fbpx

🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

ทรีทเม้นท์หน้าคืออะไร มีกี่แบบ ช่วยอะไรบ้าง ทำแล้วผิวใสขึ้นจริงไหม?

ทรีทเม้นท์หน้าคืออะไร มีกี่แบบ ช่วยอะไรบ้าง ทำแล้วผิวใสขึ้นจริงไหม?
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับทรีตเมนต์นวดหน้าใส

Key Takeaway

  • ทรีทเม้นท์หน้าคือการดูแลและฟื้นบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก ใช้เทคนิคเฉพาะทางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงเพื่อปรับสภาพผิว ลดปัญหาผิว และทำให้ผิวสุขภาพดี กระจ่างใส เรียบเนียน
  • ทำทรีทเม้นท์หน้าช่วยฟื้นบำรุงผิวที่หมองคล้ำ แห้ง หรือมีปัญหาผิวเฉพาะจุด เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย และทำให้ผิวพร้อมรับการบำรุงได้ดียิ่งขึ้น
  • ทรีทเม้นท์หน้ามีหลายประเภท เช่น การบำรุงและฟื้นบำรุงผิว นวดหน้า กระตุ้นผิวด้วยเทคโนโลยี เลเซอร์ หัตถการเฉพาะจุด และการเติมสารหรือเซรั่มเพื่อฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก
  • ความถี่การทำทรีทเม้นท์หน้าขึ้นอยู่กับประเภททรีทเม้นท์และสภาพผิว โดยทั่วไปแนะนำ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นบำรุงต่อเนื่องและคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน ส่วนทรีทเม้นท์เฉพาะจุดหรือเทคโนโลยีสูง อาจเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง

ใครๆ ก็อยากมีผิวหน้าใส สุขภาพผิวดีแบบไม่ต้องพึ่งโปรแกรมฉีดฟิลเตอร์ แต่ด้วยมลภาวะ แสงแดด และความเครียดในชีวิตประจำวัน ทำให้ผิวหมองคล้ำ ดูโทรมง่ายกว่าที่คิด หลายคนเลยหันมาดูแลผิวด้วย ทรีทเม้นท์หน้าใส ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวหมองคล้ำ คืนความชุ่มชื้นและความเปล่งปลั่งให้กลับมาอีกครั้ง

แล้วทรีทเม้นท์หน้าใสคืออะไร? มีกี่แบบ แบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา? บทความนี้จะพาไปไขทุกข้อสงสัย ตั้งแต่หลักการทำงานของทรีทเม้นท์แต่ละประเภท การเตรียมตัวก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์ ไปจนถึงข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับทรีทเม้นท์ เพื่อให้คุณมีผิวโกลว์ใสดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งแอปแต่งรูปอีกต่อไป!

ทรีทเม้นท์หน้าคืออะไร?​

ทรีทเม้นท์หน้าคืออะไร?

ทรีทเม้นท์หน้า คือการดูแลและบำรุงผิวหน้าด้วยขั้นตอนเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นบำรุงสภาพผิว ทำให้ผิวหน้าสุขภาพดี กระจ่างใส เรียบเนียน และลดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอย ความหมองคล้ำ หรือความแห้งกร้าน โดยกระบวนการนี้อาจใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะ เครื่องมือทางความงาม หรือเทคนิคพิเศษต่างๆ เพื่อปรับสภาพผิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เรียกได้ว่าการทำทรีทเม้นท์เพื่อผิวหน้าเป็นที่นิยม เพราะให้ความรู้สึกสบายผิวทันทีหลังทำ ทั้งยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

ทำทรีทเม้นท์หน้าช่วยอะไรบ้าง?

การทำทรีทเม้นท์หน้าช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าให้มีสุขภาพดี ดูสดใส และเรียบเนียนมากขึ้น นอกจากจะเป็นการดูแลผิวอย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยป้องกันปัญหาผิวต่างๆ และทำให้ผิวพร้อมรับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ดีขึ้น ดังนี้

 

  • ช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีขึ้น
  • กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก
  • ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวและการอุดตัน
  • ฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
  • ชะลอการเกิดริ้วรอย
  • ลดความหมองคล้ำและรอยดำจากสิว
  • ผ่อนคลายผิวหน้า ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้สกินแคร์ดูดซึมได้ดีขึ้น
  • ฟื้นบำรุงผิวจากความเครียดและมลภาวะ
ทรีทเม้นท์หน้ามีอะไรบ้าง?​

ทรีทเม้นท์หน้ามีอะไรบ้าง?

การทำทรีทเม้นท์หน้ามีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็นการบำรุง ฟื้นบำรุง กระตุ้นผิว หรือแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด ซึ่งแต่ละประเภทก็มีเทคนิคและผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว ดังนี้

ทรีทเม้นท์บำรุงและฟื้นบำรุงผิว

ทรีทเม้นท์กลุ่มนี้เน้นการบำรุงและฟื้นบำรุงสภาพผิวให้สุขภาพดี ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และลดปัญหาผิวต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • Golden Treatment Program การบำรุงผิวด้วยทองคำ ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสและฟื้นบำรุงผิว
  • Collagen Treatment Program กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่นและลดริ้วรอย
  • Aloe Vera Treatment Program  ใช้ว่านหางจระเข้ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • Melasma Treatment Program  ทรีทเม้นท์สำหรับปัญหาฝ้าและจุดด่างดำ
  • Acne Treatment Programการดูแลและลดโอกาสการเกิดสิว ควบคุมความมัน และป้องกันการอุดตัน

ทรีทเม้นท์นวดหน้าและกระตุ้นผิว

ทรีทเม้นท์กลุ่มนี้เน้นการนวด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการทำงานของผิวให้สดชื่น

  • Medical Treatment Program การนวดและบำรุงผิวด้วยเทคนิคทางการแพทย์
  • Glow Aura Booster Program ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส เปล่งประกายสุขภาพดี
  • Belotero Revive Program เติมความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้าน
หัตถการทรีทเม้นท์หน้าด้วยเทคโนโลยี​

หัตถการทรีทเม้นท์หน้าด้วยเทคโนโลยี

ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความร้อน (Radio-Frequency: RF) อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) และเลเซอร์ เพื่อฟื้นบำรุงและแก้ปัญหาผิวอย่างล้ำลึก

  • Ulthera & Ulthera Prime Program ยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อยด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์
  • Thermage FLX Program กระชับผิว ลดริ้วรอย ด้วยคลื่นวิทยุความร้อน
  • Morpheus8 ProProgram  ยกกระชับและปรับสภาพผิวลึกด้วยไมโครเข็มและคลื่น RF
  • Oligio Program กระชับและปรับสภาพผิวด้วยคลื่น RF
  • Ultraformer III Program ยกกระชับและฟื้นฟูผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU
  • เลเซอร์หน้าใส เช่น E-Matrix Laser Program, Q-Switched Laser Program, Picosecond Laser Program,Dual Yellow Laser Program ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ลดรอยดำและฝ้า

หัตถการปัญหาผิวเฉพาะจุด

หัตถการประเภทนี้เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอยลึก จุดด่างดำ หรือการสูญเสียความยืดหยุ่น

  • Magic Peeling Program ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำและสิว
  • มาเด้-คอลลาเจน Program กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นบำรุงผิวหย่อนคล้อย
  • PRevive+Exosome Program ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกด้วยเซลล์ซ่อมแซม
  • Radiesse+Sculptra Program เติมเต็มริ้วรอยและปรับรูปหน้า

หัตถการเสริมเติมสารหรือเซรั่ม

หัตถการเสริมเติมสารหรือเซรั่ม เป็นการบำรุงผิวเชิงลึกด้วยวิตามิน สารบำรุง หรือเซรั่มเฉพาะ

  • Drip Vitamin Program เสริมวิตามินเข้าสู่ร่างกายและผิว
  • Mesotherapy Program เช่น Meso Bright Program,Meso Aura Program, Meso Glow Booster Program ช่วยบำรุงผิวและฟื้นบำรุงสุขภาพผิว
  • Exosome Program กระตุ้นการฟื้นบำรุงเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวสดใสและเรียบเนียน

การดูแลผิวก่อนทำทรีทเม้นท์หน้า

ก่อนทำทรีทเม้นท์หน้า การเตรียมผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดี และลดความเสี่ยงเกิดการระคายหรือผลข้างเคียงต่างๆ ดังนี้

  • ล้างหน้าให้สะอาด ไม่มีคราบเครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรก เพื่อให้ผิวพร้อมรับการบำรุง
  • หลีกเลี่ยงการใช้สครับหรือกรดผลไม้เข้มข้น 2-3 วันก่อนทำทรีทเม้นท์ เพื่อลดการระคาย
  • งดผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสารผลัดเซลล์แรงๆ เพื่อป้องกันผิวแห้งหรือแพ้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีทเม้นท์อื่นร่วมกันในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน เพื่อให้ผิวไม่เกิดความเครียดหรือระคายซ้ำ
  • นอนหลับเพียงพอ เพื่อให้ผิวฟื้นบำรุงเองตามธรรมชาติ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและพร้อมรับการบำรุง
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคผิวหนังหรือแพ้สารบางชนิด เพื่อให้แพทย์ปรับวิธีการทรีทเม้นท์ให้เหมาะสม

ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์หน้า

การทำทรีทเม้นท์หน้ามีขั้นตอนที่ชัดเจน เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงและฟื้นบำรุงได้ผลลัพธ์ดี ดังนี้

  1. การปรึกษาและประเมินสภาพผิว ตรวจสอบสภาพผิว ปัญหาผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกทรีทเม้นท์ที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเครื่องสำอาง คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า เพื่อให้ทรีทเม้นท์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การเตรียมผิวก่อนทรีทเม้นท์ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผิวหรือมาส์กบางชนิด เพื่อช่วยให้ผิวพร้อมรับการบำรุงและลดความระคาย
  4. การทำทรีทเม้นท์หลัก ดำเนินการตามขั้นตอนทรีทเม้นท์ต์ที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นการนวดหน้า บำรุง ด้วยสารบำรุง หัตถการต่างๆ หรือใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นบำรุงและปรับสภาพตามต้องการ

การดูแลผิวหลังทำทรีทเม้นท์หน้า

หลังทำทรีทเม้นท์หน้า ผิวจะอยู่ในช่วงฟื้นบำรุง จึงควรดูแลอย่างอ่อนโยนเพื่อลดการระคายและช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดี การดูแลผิวที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวแข็งแรง กระจ่างใส และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการถูกแดดจัด 1-2 วัน เพื่อไม่ให้ผิวระคายหรือเกิดรอยแดงเพิ่ม
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์และเซรั่มที่อ่อนโยน เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ใช้ครีมกันแดด SPF 30+ หากต้องออกแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • งดแต่งหน้าแรงๆ 24-48 ชั่วโมง ให้ผิวได้พักและฟื้นบำรุงอย่างเต็มที่
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายแรงๆ เช่น กรดผลไม้ วิตามินซีเข้มข้น หรือเรตินอยด์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าแรงๆ เช่น ขัดหน้า นวดแรง หรือกดจุด
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวและชุ่มชื้นจากภายใน
  • ทำทรีทเม้นท์ต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงสภาพผิวและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ทรีทเม้นท์หน้าเหมาะกับใครบ้าง?​

ทรีทเม้นท์หน้าเหมาะกับใครบ้าง?

ทรีทเม้นท์หน้าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลผิวอย่างล้ำลึก และต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดกว่าการใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวเฉพาะทาง ทรีทเม้นท์หน้าจึงตอบโจทย์ได้หลายกลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาดูแลผิวตัวเองมากนัก มีชีวิตประจำวันยุ่งมาก แต่ต้องการผิวที่สดใสและดูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นบำรุงผิวแบบเร่งด่วน เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวโทรมจากพักผ่อนน้อย ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ต้องการเติมน้ำให้ผิวหรืออยากเห็นความกระจ่างใสแบบทันใจ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น สิวอักเสบ รอยสิว รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ ที่ต้องการการดูแลอย่างเฉพาะเจาะจง
  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ร่องแก้ม หรือรู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์และกระชับขึ้น
  • ผู้ที่ชอบการดูแลผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ทรีทเม้นท์หน้าหลายชนิดทำได้โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย และยังให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด

ทรีทเม้นท์หน้าไม่เหมาะกับใครบ้าง?

ทรีทเม้นท์หน้าแม้จะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้ดี แต่ก็มีบางกลุ่มที่อาจไม่เหมาะสมหรือควรหลีกเลี่ยงชั่วคราวเพื่อป้องกันการระคายหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหรือภาวะสุขภาพบางอย่าง ควรได้รับการประเมินจากผู้ชำนาญการก่อนเสมอ ดังนี้

    • ผู้ที่มีผิวอักเสบรุนแรงหรือแพ้ง่ายมาก เช่น ผิวติดเชื้อ แดงอักเสบ สิวอักเสบรุนแรง หรือมีประวัติแพ้สารเคมีในทรีทเม้นท์ อาจทำให้ผิวระคายมากขึ้น
    • ผู้ที่มีโรคผิวหนังเฉพาะทาง เช่น โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคสะเก็ดเงินระยะรุนแรง หรือมีแผลเปิดบนใบหน้าในช่วงที่จะทำทรีทเม้นท์ต์ เพราะผิวยังไม่พร้อมรับการบำรุงหรือการกระตุ้น
    • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ขึ้นอยู่กับชนิดทรีทเม้นท์) บางทรีทเม้นท์อาจใช้สารบำรุงหรือเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ เช่น สารผลัดเซลล์ผิวบางชนิดหรือเลเซอร์บางประเภท
    • ผู้ที่ใช้ยาหรือการรักษาบางชนิด เช่น ยารักษาสิวกลุ่มที่ทำให้ผิวไวต่อแสง ยาที่ทำให้ผิวบาง หรือการรักษาฮอร์โมน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผิวไหม้หรือระคายเคือง
    • ผู้ที่เพิ่งโดนแดดจัด ผิวที่ไหม้แดดหรือแดงมากควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการอักเสบเพิ่ม
  • ผู้ที่ผิวบริเวณใบหน้ามีความไวต่อการสัมผัสหรือระคายเคืองง่ายมาก เช่น คนที่ผิวบางมาก ผิวแห้งแตกหรือลอกเป็นแผ่น ซึ่งอาจไม่ทนต่อการใช้สารบำรุงหรือขั้นตอนกระตุ้นผิวบางประเภท

ทรีทเม้นท์หน้าแตกต่างจากการดูแลผิวปกติอย่างไร?

ทรีทเม้นท์หน้าต่างจากการดูแลผิวปกติในชีวิตประจำวันตรงที่เป็นการบำรุงผิวแบบล้ำลึกและเฉพาะเจาะจงมากกว่า โดยปกติการทาครีมหรือใช้สกินแคร์ทั่วไปจะช่วยดูแลผิวในระดับพื้นฐาน เช่น เพิ่มความชุ่มชื้นหรือป้องกันผิวจากมลภาวะ แต่ทรีทเม้นท์หน้าใช้เทคนิคเฉพาะทางหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น คลื่น RF อัลตราซาวนด์ เลเซอร์ หรือไมโครเข็ม เพื่อให้สารบำรุงลงลึกถึงชั้นผิว ฟื้นบำรุงเซลล์ผิว และแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า กระ รอยดำ ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยต่างๆ จึงช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วและชัดเจนกว่า

นอกจากนี้ ทรีทเม้นท์หน้ามักมีขั้นตอนทำความสะอาดและปรับสภาพผิวแบบล้ำลึก ทำให้ผิวพร้อมรับการบำรุงมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลผิวอย่างจริงจัง ฟื้นบำรุงผิวเร่งด่วน หรืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สกินแคร์ทั่วไปไม่สามารถให้ได้

เช็ก 6 สัญญาณว่าผิวต้องการทรีทเม้นท์​

เช็ก 6 สัญญาณว่าผิวต้องการทรีทเม้นท์

บางครั้งผิวของเราก็ส่งสัญญาณว่าเริ่มเหนื่อยหรือเสื่อมสภาพ การสังเกตสัญญาณจากผิวจะช่วยให้รู้ว่าผิวอาจต้องการทรีทเม้นท์หน้าเพื่อบำรุงอย่างล้ำลึก ให้ผิวกลับมาสุขภาพดีและสดใส ดังนี้

  • ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ผิวดูซีดหรือไร้ชีวิตชีวา แม้พักผ่อนเพียงพอ อาจต้องการการบำรุงลึกเพื่อปรับสภาพและกระตุ้นความกระจ่างใส
  • ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง ลอก หรือรู้สึกตึง เป็นสัญญาณว่าผิวต้องการเติมน้ำและสารบำรุงเพื่อฟื้นบำรุงสมดุลความชุ่มชื้น
  • ริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยเริ่มชัด ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ร่องแก้ม หรือผิวหย่อนคล้อย เป็นสัญญาณว่าคอลลาเจนและอีลาสตินเริ่มลดลง
  • ปัญหาสิวหรือรอยต่างๆ สิวอักเสบ รอยดำ รอยแดง หรือรอยสิวสะสม แสดงว่าผิวต้องการการทำความสะอาดล้ำลึกและการฟื้นบำรุง
  • รูขุมขนกว้างหรือผิวไม่เรียบเนียน ผิวสัมผัสหยาบหรือรูขุมขนกว้าง บ่งบอกว่าผิวต้องการการผลัดเซลล์และกระชับรูขุมขน
  • ผิวไวต่อสิ่งแวดล้อม ผิวระคายง่าย แดง หรือแพ้สิ่งแวดล้อมบ่อยๆ แสดงว่าผิวต้องการการปลอบประโลมและฟื้นบำุงเพื่อสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น

ทรีทเม้นท์หน้าควรทำบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการทำทรีทเม้นท์หน้าขึ้นอยู่กับประเภทของทรีทเม้นท์ต์ สภาพผิว และเป้าหมายของการดูแลผิว สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการฟื้นบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ มักแนะนำให้ทำประมาณ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงลึกอย่างต่อเนื่องและคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน สำหรับทรีทเม้นท์เฉพาะจุดหรือเทคโนโลยีสูง เช่น เลเซอร์ กระชับผิว หรือการเติมสารบำรุงลึก แพทย์อาจแนะนำให้เว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง หรือปรับตามสภาพผิวและปัญหาที่ต้องแก้ไข

โดยสิ่งสำคัญคือควรปรึกษาผู้ชำนาญการก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกความถี่และประเภททรีทเม้นท์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผิวของตนเอง และหลีกเลี่ยงการทำบ่อยเกินไปซึ่งอาจทำให้ผิวระคายหรือฟื้นตัวไม่ทัน

ทำทรีทเม้นท์ ที่ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร?

  • เน้นการออกแบบ 1:1 เคสต่อเคส ให้เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้แต่ละคน ด้วยเทคนิค Better Me Analysis Program
  • เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย ทีมแพทย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
  • คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ
  • เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้

รีวิวก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์ ที่ Better Me Clinic

รีวิวก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์ ที่ Better Me Clinic​

สรุป

ทรีทเม้นท์หน้าคือวิธีดูแลผิวที่ล้ำลึกกว่าการทาครีมหรือใช้สกินแคร์ทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากฟื้นบำรุงผิว หมองคล้ำ ผิวแห้ง หรือมีปัญหาผิวเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ฝ้า กระ หรือรูขุมขนกว้าง การทำทรีทเม้นท์ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ต้องเลือกประเภทโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวและปรึกษาผู้ชำนาญการก่อน เพื่อลดการกดผลข้างเคียงและผลลัพธ์ที่ดี นอกจากนี้ การดูแลผิวก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งการทำความสะอาดผิว หลีกเลี่ยงสารระคาย และปกป้องผิวจากแดด ก็ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วและคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น สังเกตสัญญาณผิวของตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าผิวโทรม หมองคล้ำ หรือริ้วรอยเริ่มชัด นั่นเป็นสัญญาณว่าผิวของคุณอาจต้องการทรีทเม้นท์หน้าแล้ว

อยากให้ผิวกลับมาสดใส สุขภาพดี และได้รับการดูแลอย่างตรงจุด Better Me Clinic พร้อมให้บริการทรีทเม้นท์หน้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่การบำรุงและฟื้นฟูผิวลึก ไปจนถึงหัตถการด้วยเทคโนโลยีทันสมัย หรือการเติมสารบำรุงเฉพาะจุด ทุกขั้นตอนถูกออกแบบโดยผู้ชำนาญการ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล มั่นใจได้ว่าผิวของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดี พร้อมผลลัพธ์ที่ชัดเจน และตรงใจคุณ!

ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำทรีทเม้นท์หน้า กี่ครั้งเห็นผล?

จำนวนครั้งที่เห็นผลขึ้นอยู่กับประเภทของทรีทเม้นท์และสภาพผิวของแต่ละคน สำหรับทรีทเม้นท์บำรุงทั่วไป เช่น เติมความชุ่มชื้นหรือฟื้นบำรุงผิวพื้นฐาน มักเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำ 1-2 ครั้ง แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน แนะนำให้ทำเดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำตามคำแนะนำของผู้ชำนาญการ สำหรับทรีทเม้นท์เฉพาะจุดหรือเทคโนโลยีสูง เช่น เลเซอร์ RF หรือ HIFU Program แพทย์อาจกำหนด 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องแก้ไข

ผิวแพ้ง่ายสามารถทำทรีทเม้นท์หน้าได้ไหม?

ผิวแพ้ง่ายสามารถทำทรีทเม้นท์หน้าได้ แต่ต้องเลือกประเภทและผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และปรึกษาผู้ชำนาญการก่อนทุกครั้ง แนะนำให้ทำทดสอบผิว (Patch Test) ก่อนเพื่อประเมินการแพ้ และหลีกเลี่ยงทรีทเม้นท์ที่มีสารระคายแรงหรือขั้นตอนที่รุนแรงเกินไป เช่น กรดผลไม้เข้มข้นหรือเลเซอร์บางชนิด แพทย์จะช่วยปรับวิธีการและเลือกทรีทเม้นท์ที่เหมาะสม เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นบำรุงอย่างถูกวิธี

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์มาทำทรีทเม้นท์หน้าได้ไหม?

สามารถทำทรีทเม้นท์หน้าได้หลังโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ แต่ควรเว้นระยะประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังทำการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ควรให้เวลาในการเซตตัวและลดความเสี่ยงต่อการกระจายของสาร การทำทรีทเม้นท์ก่อนเวลาที่เหมาะสมอาจทำให้ผลลัพธ์ของโปรแกรมโบท็อกซ์ลดลงหรือเกิดรอยช้ำได้ แนะนำให้แจ้งแพทย์หรือผู้ชำนาญการทุกครั้งว่ามีการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ เพื่อปรับวิธีการทำทรีทเม้นท์ให้ลดการเกิดผลข้างเคียง และเห็นผลทั้งสองอย่างได้เต็มที่

ทำทรีทเม้นท์หน้าใสราคาเท่าไร?

ราคาทรีทเม้นท์หน้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของทรีทเม้นท์ ความล้ำลึกของขั้นตอน และเทคโนโลยีที่ใช้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือคลินิกโดยตรงเพื่อรับโปรโมชันและคำแนะนำที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

ทรีทเม้นท์หน้าต้องทำเป็นประจำหรือไม่?

การทำทรีทเม้นท์หน้าเป็นประจำช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ยาวนานมากขึ้น แต่ความถี่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและประเภทของทรีทเม้นท์ สำหรับการบำรุงผิวทั่วไป แนะนำเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นบำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทรีทเม้นท์เฉพาะจุดหรือเทคโนโลยีสูง แพทย์อาจกำหนดระยะห่างระหว่างครั้ง 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและเห็นผลเต็มที่ การทำต่อเนื่องตามคำแนะนำผู้ชำนาญการจะช่วยให้ผิวสุขภาพดีและผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ