fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

chanya-new-m-logo

ฉีดผิวขาวดีอย่างไร ฉีดแบบไหนถึงจะปลอดภัย ให้ผิวขาวใสเป็นออร่า

ฉีดผิวขาวดีอย่างไร ฉีดแบบไหนถึงจะปลอดภัย ให้ผิวขาวใสเป็นออร่า
โบกมือลาดั้งแหมบ เสริมจมูกให้ดั้งโด่งสวย ปรับลุคให้ดูดีเหมือนคนใหม่
การฉีดผิวขาว เป็นวิธีเพิ่มความกระจ่างใสที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่าการทาสกินแคร์ทั่วไป เนื่องจากวิตามินจะถูกฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรง ร่างกายจึงดูดซึมไปใช้ได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่า จึงเป็นทางลัดสำหรับคนที่อยากดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี แต่หลายคนอาจจะมีคำถามว่าการฉีดผิวขาวนั้นได้ผลจริงไหม ปลอดภัยหรือไม่ และควรจะฉีดอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไปหาคำตอบได้ในบทความนี้เลย

ทำความรู้จัก การฉีดผิวขาว คืออะไร

การฉีดผิวขาว คือการเติมสารอาหารให้ผิวผ่านทางหลอดเลือดดำ ซึ่งแต่ละคลินิกก็จะมีสูตรวิตามินเฉพาะที่ช่วยดูแลในเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามิน หรือแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว เช่น วิตามิน C วิตามิน E วิตามิน A คอลลาเจน และกลูตาไธโอน เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ในการซ่อมแซม และบำรุงผิวได้อย่างเต็มที่ ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทาสกินแคร์ หรือการรับประทานวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมที่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
การฉีดวิตามินผิว ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิว ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิวช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น โดยวิตามินจะไปกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิว และเสริมสร้างกระบวนการผลิตคอลลาเจน จึงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ ทำให้ผิวนุ่มลื่น เรียบเนียน มีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และไม่แห้งกร้าน คืนความแข็งแรงให้ผิวสุขภาพดีจากภายใน อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในวิตามินยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และสัญญาณการร่วงโรยแห่งวัย ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
การฉีดวิตามินผิวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิวที่นิยมใช้ในปัจจุบันหลักๆ มี 2 ประเภท ดังนี้

1. การฉีดแบบใช้เข็มไซริงค์

การฉีดผิวขาวด้วยเข็มไซริงค์ คล้ายกับการฉีดยาทั่วไป เพียงแต่เปลี่ยนจากยาเป็นวิตามิน และฉีดเข้าไปในเส้นเลือดดำเพื่อผลักวิตามินเข้าสู่ร่างกาย ปริมาณที่ฉีดจะอยู่ที่ประมาณ 10 CC ซึ่งเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้หมด เพราะหากฉีดวิตามินในปริมาณที่มากกว่านี้ ร่างกายก็จะขับวิตามินส่วนเกินออกอยู่ดี ไม่ได้ทำให้เห็นผลมากขึ้น หรือเร็วขึ้นแต่อย่างใด

2. การให้วิตามินผิวแบบน้ำเกลือ

การเติมวิตามินผิวผ่านน้ำเกลือ หรือที่หลายคนเรียกว่าการดริปวิตามิน จะมีการผสมวิตามินลงไปในน้ำเกลือในสัดส่วนที่เหมาะสม จากนั้นจะให้วิตามินผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดดำ วิตามินก็จะค่อยๆ ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ จึงต้องใช้เวลานานกว่าการฉีดผิวขาวด้วยไซริงค์ แต่ข้อดีคือความเร็วในการให้วิตามินคงที่ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และหากเกิดอาการแพ้ก็จะสามารถหยุดให้วิตามินได้ในทันที
เปรียบเทียบข้อดี และข้อเสียของการฉีดผิวขาว

เปรียบเทียบข้อดี และข้อเสียของการฉีดผิวขาว

แม้ว่าการเติมวิตามินจะมีประโยชน์ต่อผิว แต่ก่อนจะตัดสินใจฉีดผิวขาว ก็ควรศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนฉีด ดังนี้

ข้อดีของการฉีดผิวขาว

  • การฉีดผิวขาวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มีบทบาทในการซ่อมแซม และฟื้นฟูผิว ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง มีความกระชับ และยืดหยุ่นขึ้น
  • ช่วยปรับสีผิวให้แลดูสว่าง กระจ่างใส ลดเลือนความหมองคล้ำจากแสงแดด และมลภาวะ  
  • ลดเลือนจุดด่างดำ ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวเรียบเนียน และสม่ำเสมอ
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่มเด้ง น่าสัมผัส
  • เสริมความแข็งแรงให้เซลล์ผิว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ฝ้า กระ ผิวจึงดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง มีออร่า
  • ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง สดชื่น บรรเทาอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย เหมาะสำหรับคนนอนดึก หรือพักผ่อนน้อย 
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย บรรเทาอาการภูมิแพ้ และป้องกันโรคหวัด

ข้อเสียของการฉีดผิวขาว

เห็นผลเร็วแต่ไม่ทันที เพราะผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ บางคนอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในครั้งแรก จึงควรฉีดวิตามินผิวซ้ำทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 3 – 5 ครั้งจึงจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่สามารถทำให้ผิวขาวแบบถาวรได้ หากอยากได้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง ต้องฉีดวิตามินผิวอย่างสม่ำเสมอ
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง

การฉีดผิวขาว เหมาะกับใครบ้าง

ทุกคนสามารถฉีดผิวขาวได้ ไม่ว่าจะมีปัญหาผิวหรือไม่ เพราะโดยปกติร่างกายต้องการวิตามินอยู่แล้ว การฉีดวิตามินผิวจึงไม่ต่างจากการกินอาหารเสริม แค่เปลี่ยนมาให้ผ่านทางเส้นเลือดที่ดูดซึมไปใช้ได้ง่ายกว่า โดยเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำจากแสงแดด ผิวแห้งกร้าน และต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน
  • ผู้ที่ได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก และร่างกายอ่อนเพลีย 
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

ใครที่ไม่เหมาะกับการฉีดผิวขาว

การฉีดผิวขาวถือเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงน้อยมาก แต่ก็อาจจะไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน สำหรับคนบางกลุ่มที่ควรงดการฉีดผิวขาว มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามิน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ หรือโรคไต
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของโลหิต เช่น ภาวะขาดเอนไซม์ G6PD ภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis) และโรคธาลัสซีเมีย เพราะวิตามินซีจะส่งผลให้การดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น

การเตรียมตัวก่อนการฉีดผิวขาว

เพื่อให้การฉีดผิวขาวมีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก่อนเข้ารับการฉีดผิวจึงควรมีการเตรียมตัว ดังนี้

  • เลือกโรงพยาบาล หรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และมีแพทย์ที่ชำนาญการคอยดูแล
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
ขั้นตอนการฉีดผิวขาว มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการฉีดผิวขาว มีอะไรบ้าง

การฉีดผิวขาวไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนในการเข้ารับบริการ ดังนี้

  1. ปรึกษาแพทย์ หากมีโรคประจำตัว มีประวัติแพ้ยา หรือมียาที่ต้องกินประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
  2. แพทย์จะให้คำแนะนำ และช่วยเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคน
  3. ให้วิตามินโดยสอดเข็มน้ำเกลือเข้าไปในหลอดเลือดดำบริเวณข้อพับแขน หรือหลังฝ่ามือ และปล่อยให้วิตามินผ่านเข้าสู่ร่างกาย 
  4. ปรับอัตราความเร็วให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียง โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยระหว่างนี้สามารถนั่งทำกิจกรรมได้ตามอัธยาศัยเลย
  5. เมื่อให้วิตามินจนหมดถุง แพทย์จะนำเข็มออก ให้กดสำลีบริเวณนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที และสามารถกลับบ้านได้เลย

การดูแลตัวเองหลังการฉีดผิวขาว

นอกจากการเตรียมตัวที่ดีแล้ว ก็ควรดูแลตัวเองหลังฉีดผิวขาวด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี และอยู่ได้นานยิ่งขึ้น ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
  • รอยเข็ม หรือรอยแผลจะหายได้เอง แต่ถ้าหากมีรอยช้ำ สามารถใช้การประคบเย็นช่วยได้
  • หลีกเลี่ยงการถู นวด หรือเกาบริเวณจุดที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกแดด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกควรทาครีมกันแดด หรือสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำลายวิตามิน หรือสารต้านอนุมูลอิสระ 
  • หากมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีดนานกว่า 2 วัน ควรปรึกษาแพทย์

การฉีดผิวขาวกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ฉีดผิวขาวกี่ครั้งถึงจะเห็นผลก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว และเฉดสีผิวเดิมของแต่ละคน หากเป็นคนผิวเข้มโดยธรรมชาติ จะไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวให้ขาวอมชมพูได้ แต่ผิวจะดูกระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสูตรของวิตามิน คุณภาพของวิตามิน ความสม่ำเสมอในการฉีด รวมถึงการดูแลตัวเองด้วย โดยทั่วไปแล้วหากมีการฉีดผิวขาวเป็นประจำทุกสัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลประมาณสัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไป หลังจากนั้นสามารถเว้นระยะห่างเป็นเดือนละ 1 ครั้งได้ แต่ควรมีการดูแลผิวควบคู่กันไปด้วย เช่น ทาครีมบำรุง ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงการตากแดดนานๆ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น 

การฉีดผิวขาวถือว่าอันตรายไหม?

การฉีดผิวขาวไม่เป็นอันตราย เพราะวิตามินเหล่านี้ก็เหมือนกับวิตามินที่อยู่ในอาหาร และร่างกายสามารถขับวิตามินส่วนเกินออกได้เอง ไม่เหลือตกค้าง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องเลือกฉีดในโรงพยาบาล หรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อผ่านเข็มน้ำเกลือ และป้องกันการใช้วิตามินที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ผ่านการรับรองจากอย. ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง อาการแพ้ หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ควรจะเป็นนั่นเอง
ฉีดผิวขาวกับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

ฉีดผิวขาวกับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

  • คุณหมอมีประสบการณ์ด้านความงามมายาวนาน 8 ปี และทำมามากกว่า 10,000 เคส
  • คุณหมอเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM จากอเมริกา คนเดียวในไทย
  • เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย คุณหมอทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
  • คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ
  • เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้

รีวิวการฉีดผิวขาว

สรุป

การฉีดผิวขาว คือการฉีดวิตามินเข้าผิวโดยตรง ซึ่งเป็นวิตามินจากสารสกัดธรรมชาติ จึงเหมือนกับการได้รับวิตามินผ่านอาหาร แต่มีข้อดีคือร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่า และเห็นผลเร็วกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน แต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน เช่น คนที่มีโรคประจำตัว จึงควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด รวมถึงมีการเตรียมตัวที่ดี และดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และสามารถเลือกสูตรให้คนไข้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอันตราย หรือผลข้างเคียง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดผิวขาว

นอกจากข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการฉีดผิวขาว บทความนี้ยังได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย มาตอบให้หายสงสัยกันได้ด้วย ตามไปดูกันเลย

การฉีดวิตามินผิวช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันได้ไหม?

การฉีดผิวขาวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรวิตามินที่เลือกใช้ด้วย อย่างเช่น สูตร Anti-oxidant Drip ของ Better Me Clinic ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นจากส้ม มะนาว ฝรั่ง และเบอร์รีต่างๆ จึงช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย พักผ่อนน้อย เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

การฉีดผิวขาวมีผลข้างเคียงไหม?

การฉีดวิตามินที่ได้มาตรฐานในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่มีผลข้างเคียง ยกเว้นในผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ผู้ที่แพ้วิตามิน ผู้มีโรคประจำตัว เป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ หรือโรคไต คนที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เป็นต้น หากไม่แน่ใจว่าฉีดได้หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนทุกครั้ง

การฉีดวิตามินผิวเจ็บไหม?

การฉีดวิตามินผิว เหมือนกับการใส่สายน้ำเกลือ จึงอาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตอนที่แทงเข็มเข้าไป หรืออาจจะแสบตอนที่วิตามินเข้าสู่เส้นเลือดในช่วงแรกๆ แต่เมื่อปรับความเร็วให้เหมาะสมแล้วจะไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย

ฉีดวิตามินผิวได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?

ผู้ที่ฉีดผิวขาวควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะผิวเด็กสามารถฟื้นตัวได้ไว จึงไม่จำเป็นต้องเติมวิตามิน เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปก็เพียงพอแล้ว ส่วนผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถฉีดผิวได้ โดยพิจารณาจากปัญหาผิว หรือปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสมกับช่วงวัย

การฉีดวิตามินผิวราคาเท่าไร?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ อยากฟื้นบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง และมีออร่า Better Me Clinic มีโปรแกรมฉีดผิวขาวให้เลือกหลายสูตร และหลายราคา ดังนี้

- สูตร Glowy Drip ราคาเต็มอยู่ที่ 2,999 บาท และราคารีวิว 1,999 บาท

- สูตร Sexy White Drip ราคาเต็มอยู่ที่ 3,999 บาท และราคารีวิว 2,999 บาท

- สูตร Super Aura Drip ราคาเต็มอยู่ที่ 4,999 บาท และราคารีวิว 3,999 บาท

- สูตร Extreme Aura Drip ราคาเต็มอยู่ที่ 5,999 บาท และราคารีวิว 4,999 บาท

ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ