fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

chanya-new-m-logo

ร้อยไหม วิธีช่วยยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียว ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

ร้อยไหม วิธีช่วยยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียว ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
ร้อยไหม วิธีช่วยยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียว ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

ผิวหน้าหย่อนคล้อยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ตามมาด้วยริ้วรอย และความหย่อนคล้อย แต่การจะฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาเรียบตึงก็สามารถทำได้หลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการร้อยไหม ที่ช่วยยกกระชับผิวให้อิ่มฟู ดูเรียบเนียน และยังช่วยให้ใบหน้าเรียวสวยขึ้นด้วย สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมและมีข้อสงสัยต่างๆ เช่น ร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด การร้อยไหมเหมาะกับใคร มีข้อดี-ข้อจำกัดอย่างไร และมีราคาเท่าไร ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย

การร้อยไหม คืออะไร

การร้อยไหม คืออะไร

การร้อยไหม หรือ thread lift คือเทคนิคยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่อาศัยเข็มเป็นตัวนำพาไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อให้เส้นไหมเหล่านี้ไปดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้ดูเรียว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่เพียงชั่วคราวประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะเส้นไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย เมื่อถึงเวลาจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย จึงเป็นหัตถการที่คนนิยม เพราะใช้เวลาน้อย เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัด และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นด้วย

การร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

หลายคนคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าการร้อยไหมช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ แต่นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลาย ดังนี้

  • ช่วยลดริ้วรอยต่างๆ เช่น ร่องมุมปาก ร่องแก้ม ตีนกา
  • ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ทำให้ดวงตาดูสดใส
  • ช่วยสร้าง Foxy Eye ให้ตาดูสวยเฉี่ยว 
  • ช่วยเก็บกระชับเหนียงใต้คอ ทำให้ใบหน้าเรียวสวยเป็นวีเชฟ
  • ช่วยปรับรูปจมูกให้ได้สัดส่วน เช่น เสริมให้สันจมูกดูโด่งขึ้น ลดขนาดปีกจมูกให้เล็กลง
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงกระชับ 
  • กระตุ้นให้การไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระจ่างใส

ร้อยไหม บริเวณไหนได้บ้าง

การร้อยไหมสามารถทำได้หลายบริเวณ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหน้า อาจเลือกทำเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น 

  • ยกกระชับมุมปาก
  • ยกกระชับหางตา หางคิ้ว
  • ร้อยไหมจมูก และปีกจมูก
  • ร้อยไหมหน้าผาก
  • ร้อยไหมหน้าเรียว
  • ยกกระชับเหนียง
ลักษณะของเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหม

ลักษณะของเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหม

ปัจจุบันเส้นไหมที่นิยมใช้ในการร้อยไหม เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งไม่ก่อให้อันตราย และสามารถละลายได้หมด โดยเส้นไหมแต่ละชนิดจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้ 

  • ไหมก้างปลา เป็นไหมที่มีเงี่ยงอยู่รอบๆ คล้ายก้างปลา ซึ่งจะไปเกี่ยวกับเนื้อเยื่อใต้ผิว และดึงผิวไปตามทิศทางที่กำหนด จึงช่วยยกกระชับได้ดี 
  • ไหมเรียบ เป็นไหมที่ไม่มีเงี่ยง นิยมใช้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว
  • ไหมกรวย ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะเส้นค่อนข้างเล็ก เปราะหักง่าย ให้ผลเรื่องการยกกระชับน้อย และราคาสูง  
  • ไหมเกลียว เป็นไหมเรียบที่พันเป็นเกลียว จึงยึดเกาะได้ดีกว่าไหมเรียบทั่วไป แต่ก็ยังไม่ดีเท่าไหมที่มีเงี่ยง จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมเช่นกัน
  • ไหมคอลลาเจน เป็นไหมเรียบ เส้นเล็ก สั้น ไม่มีเงี่ยง ละลายเร็ว ใช้กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นอิ่มฟู สามารถใช้คู่กับไหมประเภทมีเงี่ยงได้
  • ไหมอิตาลี เป็นไหมที่นำเข้าจากอิตาลี ต่างจากไหมทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากเกาหลี มีความยืดหยุ่น อยู่ได้นาน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี
  • ไหมมิ้นท์ เป็นไหมที่มีขนาดใหญ่ มีปลายแหลม 3 มิติ ยึดเกาะได้หลายทิศทาง เหมาะสำหรับการยกกระชับ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก
  • ไหมตาข่าย เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เส้นไหมมีเงี่ยงรอบทิศทาง และถูกคลุมด้วยตาข่ายอีกชั้น จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น

เลือกไหมแบบไหนดีที่สุด?

สำหรับคำถามที่ว่าร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด ต้องตอบว่าขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจนเพียงอย่างเดียวสามารถใช้ไหมเรียบได้ แต่ส่วนใหญ่คนที่มาร้อยไหมจะต้องการผลลัพธ์ในการยกกระชับด้วย จึงนิยมใช้ไหมก้างปลา หรือไหมที่มีเงี่ยงมากกว่า ซึ่งเส้นไหมและเงี่ยงก็ต้องมีความหนาและแข็งแรงพอที่จะยึดเกาะได้โดยไม่หลุด จึงจะช่วยยกกระชับผิวได้ดี และอยู่ได้นาน

ข้อดีของการร้อยไหม

การร้อยไหมมีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  • ไม่ต้องผ่าตัด หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอยแผลเป็น 
  • ไหมละลายได้เอง ไม่ตกค้างในร่างกาย
  • นอกจากทำให้ผิวกระชับ ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน และชะลอการเกิดริ้วรอยเพิ่มขึ้นได้
  • ร้อยไหมราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ
ข้อควรระวังในการร้อยไหม

ข้อควรระวังในการร้อยไหม

การร้อยไหมมีข้อควรระวังบางประการที่ควรทราบก่อนตัดสินใจทำ ดังนี้

  • หลังร้อยไหม อาจมีอาการบวมแดง หรือเขียวช้ำได้ เป็นเรื่องปกติ 
  • บางรายอาจมีอาการแพ้ไหม แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อย 
  • การร้อยไหมต้องใช้เข็ม ทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ จึงควรเลือกใช้บริการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน 
  • การใช้ไหมที่ไม่ละลาย อาจทำให้เกิดพังผืดได้ในอนาคต
  • การร้อยไหมควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยเทคนิค และประสบการณ์ของแพทย์ หากวางเส้นไหมผิดแนว อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ใบหน้าเบี้ยวผิดรูป ใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน เกิดรอยบุ๋ม เป็นต้น

การร้อยไหมต่างจากการทำหัตถการอื่นอย่างไร

ปัจจุบันมีนวัตกรรมหลายชนิดที่ช่วยยกกระชับผิว ไม่ว่าจะเป็นร้อยไหม Hifu Filler และ Botox ซึ่งมีหลักการทำงานต่างกัน โดยการร้อยไหมจะใช้เข็มสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิว เพื่อให้เส้นไหมช่วยดึงและพยุงเนื้อเยื่อเอาไว้ จึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยได้ดี 

สำหรับ Filler และ Botox มีความคล้ายกันตรงที่เป็นการฉีดสารเข้าไปใต้ผิว แต่ต่างกันที่ Filler จะฉีดสารที่สังเคราะห์จากกรดไฮยาลูโรนิก เข้าไปเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ตื้นขึ้น หรือเสริมจุดต่างๆ ให้ดูโดดเด่น จึงเหมาะสำหรับคนที่มีร่องลึก ไขมันบริเวณหน้าน้อย ในขณะที่ Botox จะใช้สารที่มีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว จึงเหมาะสำหรับคนมีริ้วรอยบริเวณที่ขยับบ่อย เช่น หน้าผาก หางตา และยังใช้ลดขนาดกรามได้ด้วย

ส่วน Hifu เป็นทางเลือกสำหรับคนกลัวเข็ม เพราะจะส่งคลื่นพลังงานไปใต้ผิวโดยตรง ทำให้เนื้อเยื่อหดตัว กระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ผิวจึงกระชับขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยตื้นๆ เพราะให้ผลในการยกกระชับได้ไม่เท่าร้อยไหม และมีราคาจะสูงกว่า 

หากไม่แน่ใจว่าควรทำหัตถการไหน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การร้อยไหมเหมาะกับใคร

การร้อยไหมเหมาะกับใคร

การร้อยไหมเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย และความหย่อนคล้อย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีอายุมากเสมอไป คนที่มีปัญหาริ้วรอยก่อนวัยก็สามารถทำได้
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ดูมีมิติ เพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า ปรับรูปทรงจมูก โดยไม่ผ่าตัด

การร้อยไหมไม่เหมาะกับใคร

แม้การร้อยไหมจะช่วยแก้ปัญหาได้หลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่เหมาะสำหรับคนบางกลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบติดเชื้อบริเวณที่ต้องการร้อยไหม
  • ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยรุนแรงมาก การร้อยไหมอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้
  • ผู้ที่มีไขมันบริเวณใบหน้าเยอะ ควรฉีดสลายไขมันก่อน
  • ผู้ที่หน้าตอบมาก อาจทำให้หน้าตอบกว่าเดิม
  • ผู้ที่เคยฉีดสารเหลวหรือซิลิโคนเหลวบริเวณใบหน้า 
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของเส้นไหม 
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไทรอยด์เป็นพิษ เลือดไหลไม่หยุด ฯลฯ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
วิธีการเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

วิธีการเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

เพื่อให้การร้อยไหมได้ผลดี ก่อนทำการร้อยไหม ควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
  • งดยาหรือวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน วิตามินอี 
  • หากเป็นสิวรุนแรง ควรรักษาให้หายก่อน
  • หากต้องทำฟัน ควรทำก่อนร้อยไหม เพราะหลังทำไม่ควรขยับใบหน้าเยอะ
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมีอาการแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

ขั้นตอนในการร้อยไหม

การร้อยไหมใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. ประเมินโครงหน้าโดยแพทย์ 
  2. ทำความสะอาดผิวเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  3. แปะยาชา และรอให้ยาออกฤทธิ์
  4. ร้อยไหมเข้าไปใต้ผิวทีละเส้นจนครบ
  5. ตัดไหม และปิดพลาสเตอร์บริเวณรูที่ร้อยไหม

วิธีการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมก็เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะจะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • หลังล้างหน้าควรซับให้แห้งทันที ไม่ปล่อยให้แผลโดนน้ำนาน
  • งดการทาครีมหรือแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ออกแดด ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดเหงื่อ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด คลึง ขัดถู รวมถึงการขยับใบหน้าอย่างรุนแรง เช่น อ้าปากกว้างๆ ประมาณ 4 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เส้นไหมขาดหรือเคลื่อนหลุดได้
  • นอนหมอนสูงในท่าหงาย 2-3 วัน เลี่ยงการนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ ที่จะไปกดทับใบหน้า
  • หากมีอาการบวม ใช้การประคบเย็นช่วยได้
  • งดหัตถการต่างๆ เช่น Treatment หรือ เลเซอร์ 2-4 สัปดาห์ 
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากร้อยไหม

ผลข้างเคียงหลังร้อยไหมเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้ แต่อาการและความรุนแรงอาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับบุคคล โดยส่วนใหญ่จะมีอาการ ดังนี้

  • มีเลือดออกบริเวณจุดที่แทงเข็ม
  • หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาจมีอาการปวด ให้ทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
  • ปวดตึง บวมช้ำบริเวณที่ทำ หรือเสียวบริเวณปลายเส้นไหม อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน
  • อาจเกิดรอยบุ๋มบนใบหน้า ผิวหน้าเป็นคลื่น มีก้อนแข็งเป็นไต
ร้อยไหมกับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

ร้อยไหมกับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

  • คุณหมอมีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมมายาวนาน 8 ปี มากกว่า 10,000 เคส
  • คุณหมอเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM จากอเมริกา คนเดียวในไทย
  • เทคนิคใหม่แบบ Better Me คลินิกเน้นการออกแบบที่สวยงาม เหมาะกับใบหน้าของคนไข้ด้วยเทคนิคเฉพาะจากประเทศเกาหลี
  • เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย คุณหมอทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
  • คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ
  • เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้

รีวิวการร้อยไหมกับ Better Me Clinic

รีวิวการร้อยไหมกับ Better Me Clinic
ร้อยไหม Better Me Clinic
ร้อยไหม รีวิว

สรุป

การร้อยไหมถือเป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ได้ผลดี และเห็นผลเร็ว เพราะมีหลักการทำงานที่ต่างจากหัตถการอื่นๆ โดยใช้การร้อยเส้นไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อให้เงี่ยงบนเส้นไหมไปเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและดึงผิวให้ตึงกระชับ จึงช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถทำได้ทุกบริเวณ เช่น หางตา หางคิ้ว หน้าผาก นอกจากนี้ยังช่วยเก็บกรอบหน้าให้เรียว หรือปรับจมูกให้คมสวยได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหม (FAQ)

นอกจากข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการร้อยไหม เบธเธอร์ มี คลินิก บาย ดร.ชัญญา ยังได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบให้หายสงสัยกันด้วย ไปดูกันเลย

1. ร้อยไหม ราคาเท่าไร?

ร้อยไหมราคาขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของเส้นไหม โดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 9,000 -15,000 บาท

2. ร้อยไหม อันตรายหรือไม่?

การร้อยไหมไม่อันตราย หากทำโดยแพทย์ที่ชำนาญ ในสถานบริการที่ได้มาตรฐาน มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างเหมาะสม รวมถึงเลือกใช้ไหมละลายที่ผ่านการรับรองจากอย. นอกจากนี้ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ด้วย ก่อนตัดสินใจร้อยไหมจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการอย่างละเอียด

3. ร้อยไหม อยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับคนที่สงสัยว่าร้อยไหมอยู่ ได้นาน ไหม โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของเส้นไหม หากใช้ไหมเส้นใหญ่ก็จะอยู่ได้นานกว่า หรือสภาพผิวของคนที่อายุน้อย เนื้อเยื่อผิวแข็งแรง ไหมก็จะยึดเกาะได้ดี ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าคนอายุมากที่เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพ

4. การร้อยไหมต้องใช้ไหมกี่เส้น?

จำนวนไหมที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องทำ และความรุนแรงของปัญหา โดยปกติจะใช้อย่างน้อย 4 เส้นขึ้นไป หากใช้จำนวนน้อยไปอาจไม่ได้ผล แต่หากใช้จำนวนมากเกินไป ก็อาจทำให้ใบหน้าผิดรูปได้

5. ร้อยไหมแล้วหน้าบวมนาน 14 วันเกิดจากอะไร?

หลังทำการร้อยไหมอาจมีอาการบวมได้เป็นเรื่องปกติ แต่ควรจะดีขึ้นใน 3-4 วัน และค่อยๆ ยุบลงจนหายดีใน 14 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้น อาจเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ ทำให้มีอาการปวด บวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้อาการบวมมากกว่า 14 วัน ก็มักจะพบในคนที่เนื้อแก้มเยอะ และโหนกแก้มใหญ่ เพราะไขมันจะไปสะสมบริเวณแก้ม จนดูเหมือนหน้าบวม ต้องใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อรอให้ไหมคลายตัว

6. ร้อยไหม 3-4 เดือนก็คลาย เกิดจากอะไร?

สาเหตุที่ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอยู่ได้แค่ 3-4 เดือน เช่น คุณภาพและอายุการใช้งานของเส้นไหม บางชนิดอยู่ได้ 18-24 เดือน แต่บางชนิดอยู่ได้เพียง 4-6 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพผิวด้วย หากอายุเยอะ เนื้อเยื่อใต้ผิวเสื่อมสภาพ ถึงไหมจะยังไม่ละลาย แต่ก็มีโอกาสที่ไหมจะหลุดออกจากเนื้อเยื่อได้ง่าย

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ