กระบนใบหน้ามีกี่ประเภท? รักษาอย่างไรให้รอยจาง ผิวแลดูกระจ่างใส
Key Takeaway
- ‘กระ’ คือจุดเล็กๆ สีน้ำตาลหรือดำที่เกิดจากการสะสมเม็ดสีเมลานิน พบได้บ่อยบริเวณที่โดนแดด ส่วน ‘ฝ้า’ คือปื้นสีเข้มหรือเทาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและแสงแดด มักพบที่โหนกแก้มและหน้าผาก
- กระบนหน้าเกิดจากการสะสมเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักกระตุ้นโดยแสงแดด พันธุกรรม และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน นอกจากนี้ การพักผ่อนไม่เพียงพอและแสงสีฟ้าจากหน้าจอก็อาจทำให้กระเข้มขึ้นได้เช่นกัน
- วิธีดูแลกระบนใบหน้ามีหลายแบบ เช่น การใช้เลเซอร์ Pico Laser หรือ IPL เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำ การทำเมโสหน้าใสเพื่อฟื้นฟูผิว และการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีเพื่อให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวแต่ละคน
- การป้องกันกระบนใบหน้าคือการทาครีมกันแดดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงๆ รวมถึงใส่หมวกหรือใช้ร่มปกป้องผิวหน้า นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิวเพื่อไม่ให้กระเข้มขึ้น
กระบนใบหน้าเป็นจุดด่างดำเล็กๆ ที่หลายคนกังวลใจ เพราะอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกระตื้น กระลึก กระเนื้อ หรือกระแดด ซึ่งแต่ละแบบก็มีลักษณะและวิธีการฟื้นฟูที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่แล้ว กระมักเกิดจากกรรมพันธุ์และการเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวแลดูหมองคล้ำและมีอายุเกินกว่าความเป็นจริงแล้ว ยังอาจทำให้ความมั่นใจในการเผยผิวหน้าลดลงอีกด้วย
แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะ Better Me Clinic ได้รวบรวมวิธีการฟื้นฟูและป้องกันกระบนหน้ามาให้แล้ว เพื่อให้ผิวกลับมาแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง!
ทำความรู้จัก ‘กระ’ คืออะไร
กระ (Freckles) คือจุดด่างดำเล็กๆ ที่มักปรากฏบนผิวหน้า ลำตัว หรือบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อยๆ ลักษณะของกระมักเป็นจุดเล็กๆ สีเข้มกว่าผิวหนังปกติ เช่น สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม หรือสีดำ
กระเกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่มีการผลิตมากเกินไป จนทำให้ผิวบริเวณนั้นดูเข้มกว่าปกติ ซึ่งจะแตกต่างกับฝ้าที่มีลักษณะเป็นปื้นสีออกน้ำตาลหรือเทาๆ เกิดขึ้นบนใบหน้า เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก หรือเหนือริมฝีปาก ทำให้สีผิวในบริเวณที่เป็นฝ้ามีสีเข้มกว่าปกติ จนทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอกัน
กระบนใบหน้าเกิดจากอะไร
เคยสังเกตไหมว่าหลังออกแดด ผิวหน้ามักมีจุดเล็กๆ สีน้ำตาลเพิ่มขึ้น นั่นคือ ‘กระ’ ที่หลายคนกังวลใจ มาดูกันว่ากระเกิดจากอะไรและปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้มีสีชัดขึ้น
แสงแดด
แสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังได้ลึก เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากเกินไป เมลานินจะถูกผลิตออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำลาย ทำให้เกิดจุดด่างดำหรือเกิดกระบนหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่แสงแดดสัมผัสมากที่สุด เช่น โหนกแก้ม จมูก และหน้าผาก ยิ่งสะสมแสงแดดมากเท่าไร กระก็จะยิ่งเข้มและเริ่มเห็นชัดขึ้น
พันธุกรรม
พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดปริมาณและการกระจายตัวของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง คนที่มีพันธุกรรมจากครอบครัวที่มีประวัติเป็นกระ จะมีโอกาสเกิดกระได้ง่ายและชัดเจนกว่า เพราะเซลล์เม็ดสีในผิวหนังจะไวต่อแสงแดดและกระตุ้นการสร้างเมลานินมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดจุดสีน้ำตาลเล็กๆ บนใบหน้าแม้จะไม่ได้โดนแดดมากก็ตาม
อายุที่มากขึ้น
เมื่อเราอายุมากขึ้น กระบวนการฟื้นฟูผิวจะช้าลง ผิวหนังเริ่มบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เซลล์ผิวเก่าไม่หลุดลอกออกไปตามปกติ เม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่จึงเริ่มกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ การที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดมานานหลายปี จะทำให้เม็ดสีเหล่านี้ถูกกระตุ้นให้เข้มขึ้นและรวมตัวกันเป็นจุดด่างดำหรือกระ
ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
ฮอร์โมนในร่างกายโดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีส่วนในการกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน เมื่อฮอร์โมนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือในวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น เมื่อเมลานินถูกผลิตมากเกินไป ผิวจะเริ่มมีสีเข้มขึ้นและเกิดจุดด่างดำหรือกระ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบอบบางอย่างใบหน้าที่โดนแสงแดดบ่อยๆ
แสงจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์
แสงจากหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งของแสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งมีความยาวคลื่นสั้นและพลังงานสูง เมื่อเราจ้องหน้าจอเป็นเวลานานแสงสีฟ้าจะสามารถทะลุผ่านผิวหนังเข้าสู่ชั้นลึก ทำให้ไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานินและเป็นตัวปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ ส่งผลให้เมลานินถูกผลิตมากเกินไปและกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
ทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำและกระ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่เรามักจ้องจอใกล้ๆ ยิ่งไปกว่านั้น แสงสีฟ้ายังทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและเกิดอนุมูลอิสระทำให้กระและจุดด่างดำยิ่งเห็นชัดและเข้มขึ้นเรื่อยๆ
พักผ่อนไม่เพียงพอ
เวลาที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะมีระบบฟื้นฟูผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ ผิวจึงเสียสมดุลและอ่อนแอลง ทำให้เซลล์ผิวเกิดความเครียดและไวต่อการถูกทำลายมากขึ้น เมื่อผิวอ่อนแอการผลิตเม็ดสีเมลานินจะผิดปกติและมากเกินไป ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำหรือกระบนหน้าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการพักผ่อนไม่พอยังทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมผิวน้อยลง ทำให้ผิวไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองจากแสงแดดหรือมลภาวะต่างๆ ได้ดี ส่งผลให้กระบนใบหน้าชัดขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
กระมีทั้งหมดกี่ประเภท?
กระบนหน้ามีทั้งหมด 4 ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันไปตามลักษณะและสาเหตุของการเกิด แต่ละประเภทก็มีวิธีดูแลและฟื้นฟูที่แตกต่างกันด้วย มาดูกันว่ากระแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร
1. กระแดด (Solar Lentigo)
กระแดด คือจุดด่างดำที่เกิดจากการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง กระประเภทนี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ หรือโดนแดดจัดบ่อยๆ ลักษณะของกระแดดจะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม ขอบเขตชัดเจน ขนาดต่างๆ กัน มักเกิดขึ้นบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น ใบหน้า แขน หรือหลังมือ โดยกระแดดจะไม่ลึกและไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนและมีจุดด่างดำชัดเจนขึ้น
2. กระตื้น (Ephelides)
กระตื้น คือกระที่เรามักเรียกกันง่ายๆ ว่า ‘กระฝ้า’ หรือ ‘กระธรรมดา’ ซึ่งเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้นในชั้นบนของผิวหนัง มักพบได้ตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น ลักษณะของกระตื้นจะเป็นจุดเล็กๆ สีอ่อนถึงสีน้ำตาลอ่อน มีขอบเขตไม่ค่อยชัดเจน และมักกระจายเป็นกลุ่มเล็กๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม จมูก และหน้าผาก กระประเภทนี้จะชัดขึ้นในช่วงที่โดนแดดมาก และจะจางลงในช่วงที่ไม่ได้โดนแดดหรือในฤดูหนาว
3. กระลึก (Lentigines)
กระลึก คือกระที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนของเม็ดสีเมลานินในผิวหนังอย่างชัดเจน และจะอยู่ลึกกว่ากระตื้น กระลึกมักเกิดจากการโดนแสงแดดสะสมเป็นเวลานานหรือความเสื่อมสภาพตามวัย ลักษณะของกระลึกจะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม ขอบเขตชัดเจน ขนาดใหญ่กว่ากระตื้น มักพบได้บริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น ใบหน้า แขน หรือหลังมือ กระลึกจะไม่จางลงเมื่อไม่โดนแดด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ผิวดูมีจุดด่างดำมากขึ้นอย่างชัดเจน
4. กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)
กระเนื้อ คือก้อนเนื้อหรือปื้นหนาๆ บนผิวหนังที่มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ไม่ใช่กระชนิดที่เกิดจากเม็ดสี แต่เป็นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่มะเร็งและไม่ติดต่อ ลักษณะของกระเนื้อจะเป็นตุ่มนูน สีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงดำ มีผิวหยาบหรือลักษณะคล้ายแวกซ์ติดบนผิวหนัง มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว หรือหลัง แข็งแรง ไม่เจ็บปวด แต่บางครั้งอาจเกะกะหรือเกิดการระคายผิวได้ถ้าสัมผัสบ่อยๆ
รวมวิธีรักษากระบนใบหน้า
รวมวิธีรักษากระบนใบหน้า
เมโสหน้าใส
เมโสหน้าใส หรือ Meso Bright คือการดูแลผิวหน้าด้วยการฉีดสารบำรุงเข้มข้นลงสู่ชั้นผิวโดยตรง ซึ่งสารสกัดหลักในเมโสหน้าใสจะเป็น phytoHA ที่ได้จากพืชธรรมชาติหลากหลายชนิด รวมถึงวิตามิน A, B, C, E, K แร่ธาตุ และกรดอะมิโน ที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้นขึ้นพร้อมกับกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทำให้ผิวหน้าเนียนละเอียดและกระจ่างใสแลดูเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ เมโสหน้าใสยังช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิว รวมถึงฝ้าและกระที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ทำให้จางลงอย่างเห็นผล ทำให้ผิวหน้าแลดูสุขภาพดีขึ้น
Meso Aura
Meso Aura คือการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยการฉีดสารบำรุงเข้มข้นที่นำเข้าจากประเทศอเมริกา โดยมีส่วนผสมสำคัญอย่าง Placenta หรือสารสกัดจากรกแกะ DNA จากปลาแซลมอนสายพันธุ์ดี Hyaluronic Acid (HA) และ Growth Factor (เช่น IGF และ VGF) รวมถึงวิตามินที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูผิว
วิธีนี้ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ดูชุ่มชื้นและอิ่มน้ำอย่างล้ำลึก พร้อมฟื้นฟูสภาพผิวโดยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบของผิว สิวอุดตันและสิวอักเสบลดลง ทำให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น
Meso Plant ST
Meso Plant ST เป็นการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยการฉีดสารสกัดจากพืชธรรมชาติทั่วใบหน้า เพื่อบำรุงและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้นอย่างล้ำลึก วิธีนี้ช่วยชะลอวัยและกระตุ้นให้ผิวแลดูเด็กลง โดยเพิ่มคุณภาพผิวให้ดีขึ้น ลดโอกาสการเกิดสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้า พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน (Elastin) ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เรียบเนียน แลดูสว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Meso HST
Meso HST คือการฟื้นฟูผิวด้วยการฉีดสารบำรุงที่สกัดจาก MSCs (Mesenchymal Stem Cells) ซึ่งมีความสามารถบำรุงล้ำลึกเข้าไปในเซลล์ผิวมากกว่าสารบำรุงทั่วไป วิธีนี้ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่อ่อนแอและบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผลลัพธ์มีความยาวนานกว่าการฟื้นฟูแบบอื่นๆ ผิวจึงแลดูเด็กและสดใสขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาผิวหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ผิวเหี่ยว ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิวอุดตัน ผดผื่น รวมถึงฝ้า กระ และจุดด่างดำ ทำให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น
Glow Aura Booster Program
Glow Aura Booster Program เป็นโปรแกรมบำรุงผิวหน้าที่รวมขั้นตอนการฟื้นฟูหลายระดับ เพื่อฟื้นฟูและปรับสภาพผิวอย่างล้ำลึก โปรแกรมนี้ช่วยฟื้นฟูผิวที่มีปัญหากระ ฝ้า และจุดด่างดำ ให้ผิวหน้ากลับมาแข็งแรง แลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- Healthy Derma ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสเกิดสิวและจุดด่างดำ โดยใช้วิตามินนำเข้าจากอเมริกาถึง 59 ชนิด รวมทั้ง Coenzyme, Nucleic Acid และแร่ธาตุสำคัญ
- Shiny Bright ช่วยให้ผิวฉ่ำน้ำ แลดูกระจ่างใสและชุ่มชื้น พร้อมกระชับรูขุมขน รอยดำรอยแดงลดเลือน และช่วยปรับสมดุลผิวไม่ให้มันหรือแห้งเกินไป ด้วยส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA), EGF, Growth Factor กรดอะมิโนจำเป็น และกลูต้าไธโอน (Glutathione)
- Renew & Reju เผยผิวแลดูกระจ่างใส พร้อมยกกระชับ ลดเลือนสิว ฝ้า และกระ จุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนผสมของ Stem Cell (HST), Nano Peptide Complex, Pure Hyaluronic Acid Booster, Botulinum Toxin และสารแอนติออกซิแดนท์
3. โปรแกรม Pico Laser
โปรแกรม Pico Laser เป็นการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเทคโนโลยี Picoway Laser ที่มีความแม่นยำสูง สามารถยิงลำแสงเลเซอร์ลงไปในชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง Pico Laser จะช่วยทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติใต้ผิวหนัง ทำให้กระ ฝ้า จุดด่างดำลดเลือนอย่างมีประสิทธิภาพ
จึงเป็นอีกตัวเลือกของวิธีรักษากระเนื้อบนใบหน้า นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ แลดูกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยฟื้นฟูผิวที่เคยถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดีและสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ
ไอพีแอล (IPL - Intense Pulsed Light)
ไอพีแอล (IPL – Intense Pulsed Light) คือการฟื้นฟูผิวด้วยแสงความเข้มสูง ที่สามารถปล่อยแสงหลายช่วงคลื่นเข้าไปยังผิวหนังชั้นลึก เพื่อจัดการกับเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติและเส้นเลือดฝอยใต้ผิว วิธีนี้ช่วยรักษากระบนใบหน้า ลดเลือนกระ ฝ้า จุดด่างดำ และรอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยแสง IPL จะทำให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวและถูกกำจัดออกไปตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใส เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกิน ทำให้ผิวแลดูสว่างสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ
การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel)
การผลัดเซลล์ผิวเป็นอีกวิธีรักษากระบนใบหน้าด้วยสารเคมี เป็นการใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นต่างๆ ในการลอกเซลล์ผิวชั้นนอกออก เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสและเรียบเนียนขึ้น สารเคมีที่ใช้มักประกอบด้วยกรด AHA, BHA หรือ TCA ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกลอกออกไป เม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่ในชั้นผิวจะค่อยๆ จางลง ทำให้กระและจุดด่างดำแลดูจางลง และยังช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และสว่างใสขึ้น
การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy)
การบำบัดด้วยความเย็น คือการใช้ความเย็นจัดจากไนโตรเจนเหลวหรือคาร์บอนไดออกไซด์มาช่วยฟื้นฟูผิว วิธีนี้จะฉีดหรือทาความเย็นลงบนจุดที่มีปัญหา เช่น กระ ฝ้า หรือจุดด่างดำ ความเย็นจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออก และผิวใหม่ที่แลดูเรียบเนียนและกระจ่างใสจะค่อยๆ ขึ้นมาแทน การฟื้นฟูนี้ยังช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ดี พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
ป้องกันกระบนใบหน้าง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน
การป้องกันกระบนหน้าไม่ใช่เรื่องยาก แค่ดูแลผิวให้ถูกวิธีและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดกระ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่ช่วยลดเลือนกระและจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันรังสียูวีทำลายผิว
- ใส่หมวกหรือใช้ร่ม ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดตรงๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น.
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายผิว สารเคมีบางชนิดอาจกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและไม่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวบาง
- บำรุงผิวด้วยครีมลดจุดด่างดำ ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน C Niacinamide หรือ Alpha Arbutin เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำและกระ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนที่ดีช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเอง ลดโอกาสการเกิดกระจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- ดื่มน้ำมากๆ น้ำช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและทำให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยลดการเกิดกระและจุดด่างดำ
หลีกเลี่ยงการใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์นานๆ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ทำให้กระเข้มขึ้นได้ ควรใช้แผ่นกรองแสงหรือทาครีมกันแดดสูตรป้องกันแสงสีฟ้า
รักษากระบนใบหน้าที่ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร?
- เน้นการออกแบบ 1:1 เคสต่อเคส ให้เหมาะกับโครงหน้าและปัญหาของแต่ละคน ด้วยเทคนิคเฉพาะ Better Me Analysis Program
- รู้สึกเจ็บน้อยและบวมช้ำน้อย เพราะทีมแพทย์ทุกท่านใส่ใจในทุกรายละเอียดและให้ความสำคัญกับทุกเคสอย่างใกล้ชิด
- คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีรองมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพ
- Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจ พร้อมดูแลหลังการทำศัลยกรรมและหัตถการอย่างใกล้ชิด ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับสมาชิกคนพิเศษ
- เปลี่ยนเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและความสวยในราคาที่จับต้องได้
รีวิวก่อนและหลังรักษากระบนใบหน้า ที่ Better Me Clinic
กระบนหน้าเป็นจุดด่างดำเล็กๆ ที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ซึ่งอาจเกิดจากแสงแดด พันธุกรรม อายุ ฮอร์โมน หรือแสงจากหน้าจอ กระแบ่งออกเป็นกระแดด กระตื้น กระลึก และกระเนื้อ การฟื้นฟูกระมีหลายวิธี เช่น เมโสหน้าใส โปรแกรม Pico Laser IPL การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี และการบำบัดด้วยความเย็น นอกจากนี้ การป้องกันกระทำได้โดยการทาครีมกันแดด ใส่หมวก หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ระคายผิว และบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ
Better Me Clinic มีบริการโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมนวัตกรรมทันสมัย โดยเน้นการออกแบบเคสต่อเคส ด้วยเทคนิค Better Me Analysis Program ที่วิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียด ด้วยบริการที่หลากหลาย เช่น รักษากระ ฝ้า จุดด่างดำ ด้วยเลเซอร์ Pico Laser และ IPL รวมถึงเมโสหน้าใสและการบำบัดด้วยความเย็น พร้อมบริการ Better Me Club ที่ดูแลหลังเข้ารับบริการอย่างใกล้ชิดเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
หลายคนที่กำลังวางแผนฟื้นฟูกระบนใบหน้าอาจมีคำถามมากมายเกี่ยวกับวิธีการดูแล ผลลัพธ์ และการดูแลหลังการฟื้นฟู เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่เป็นประโยชน์ไว้ให้ที่นี่แล้ว
กระบนใบหน้าหายเองได้ไหม?
กระบางประเภท เช่น กระตื้นอาจจางลงเองได้เมื่อหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่กระลึกและกระเนื้อจะไม่หายเอง จำเป็นต้องฟื้นฟูด้วยวิธีเฉพาะ เช่น เลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว
กระประเภทไหนรักษายากสุด?
กระลึกและกระเนื้อถือเป็นกระที่รักษายาก เพราะมีลักษณะแน่นและลึกในผิว ต้องใช้เทคนิคอย่างเลเซอร์หรือการผ่าตัดเล็กเพื่อช่วยในการรักษา และอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
สกินแคร์ช่วยรักษากระได้ไหม?
สกินแคร์บางชนิดที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ไนอะซินาไมด์ หรือสารลดเม็ดสี ที่ช่วยลดเลือนกระและจุดด่างดำได้ แต่ไม่สามารถกำจัดกระลึกหรือกระเนื้อได้หมด ต้องใช้ร่วมกับการดูแลอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น