NAD+ Therapy นวัตกรรมชะลอวัย ฟื้นฟูเซลล์จากภายในสู่ภายนอก
ในปัจจุบันผู้คนได้หันมาสนใจในการดูแลตัวเองเพื่อชะลอวัยกันมากขึ้น ไม่ว่าจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยชะลอวัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถึงอย่างไร หลายๆ คนอาจรู้สึกว่ายังไม่พอ และต้องการเสริมสร้างร่างกาย เพื่อต้านการเสื่อมสลายของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ จึงมีนวัตกรรมแห่งการชะลอวัยมากมาย และหนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจในยุคนี้ คือ NAD+ Therapy นวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้มี NAD+ เพิ่มขึ้นทางหลอดเลือดดำ หรือ NAD+ Booster เพื่อช่วยในการควบคุม และฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อมอบวัยเยาว์กลับคืนสู่ร่างกายอีกครั้ง
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับนวัตกรรม NAD+ Therapy ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งข้อควรรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการทำ NAD+ Therapy มาติดตามกันได้เลย!
ทำความรู้จัก NAD+ คืออะไร
ก่อนที่จะทำความรู้จักกับ NAD+ Therapy นั้น มาศึกษากันก่อนว่า NAD+ คืออะไรกันแน่?
NAD+ หรือ Nicotinamide Adenine Dinucleotide คือโคเอนไซม์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบได้ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการซ่อมแซม และการงอกใหม่ของเซลล์ เพราะการซ่อมแซมเซลล์ และการงอกใหม่ของเซลล์นั้น ต้องใช้การทำงานร่วมกันระหว่าง 3 องค์ประกอบในร่างกายดังต่อไปนี้
- NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการทำงานของเซลล์ที่สำคัญ 2 อย่าง คือการเปลี่ยนให้สารอาหารกลายเป็นพลังงานแก่เซลล์ และคอยดูแล ควบคุมให้เซลล์มีความแข็งแรง
- Sirtuins (Silent Information Regulator) เป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการต้านทาน และการตายของเซลล์ ให้เซลล์สามารถทนต่อการอักเสบ และความเครียดในภาวะต่างๆ รวมถึงช่วยดูแลการใช้พลังงานของเซลล์ให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย
- Mitochondria เป็นแหล่งผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ โดยเซลล์ในร่างกายใช้พลังงานที่ผลิตจาก Mitochondria มากถึง 90%
NAD+ จะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น โดยมีการประเมินว่า NAD+ จะลดลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่ออายุ 50 ปี และจะลดลงจนเหลือแค่ 20% เมื่ออายุ 70 ปี ทำให้เกิดความเสื่อมถอยของเซลล์ และส่งผลเสียต่อร่างกายได้นั่นเอง
NAD+ ช่วยอะไรได้บ้าง
อย่างที่ทราบกันแล้วว่า NAD+ มีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูเซลล์ และการงอกใหม่ของเซลล์ หากในร่างกายมี NAD+ ปริมาณมาก ก็จะช่วยเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายได้ดังนี้
- ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานให้แก่เซลล์
- ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซม DNA ให้มีสุขภาพดี
- ช่วยเปิดการทำงานของยีน Sirtuins ที่ชะลอการแก่ตัวของเซลล์
- ช่วยเสริมสุขภาพของระบบประสาท และความจำ
- ช่วยเพิ่มการส่งสัญญาณไปยังเซลล์ภูมิคุ้มกัน
- ช่วยชะลอการเกิดโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย
หาก NAD+ ลดลง จะส่งผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง
NAD+ มีความสำคัญต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน แต่เมื่ออายุมากขึ้น จน NAD+ ในร่างกายลดลงไปมาก จะทำให้มีภาวะ หรือโรคต่างๆ ตามมา ดังนี้
- NAD+ ที่ลดลง ทำให้ยีน Sirtuins ปิดการทำงาน จึงเกิดการอักเสบในเซลล์ ส่งผลให้เซลล์ไม่แข็งแรง
- ส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบประสาท และสมอง ทำให้ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิในการทำงาน
- ส่งผลให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น
- ภูมิต้านทานในร่างกายต่ำลง ทำให้ป่วยได้ง่าย
- ระบบการเผาผลาญถดถอย ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
- ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลง จึงอ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย
NAD+ Therapy คืออะไร
NAD+ Therapy หรือ NAD+ Booster คือนวัตกรรมการเพิ่ม NAD+ เข้าสู่ร่างกายโดยการฉีด ทำให้ NAD+ สามารถเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายที่เสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสมอง เมื่อได้รับ NAD+ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จะทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยเร่งการเผาผลาญสารอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการเหนื่อยล้าลงได้
การทำงานของ NAD+ Therapy
NAD+ Therapy มีวิธีการเพิ่ม NAD+ หลายวิธี ทั้งแบบฉีด และแบบอาหารเสริม แต่การกินอาหารเสริมนั้นจะต้องผ่านการย่อย และดูดซึมจากทางเดินอาหาร ซึ่งจะทำให้สูญเสีย NAD+ ไปบ้างในระหว่างการย่อย ดังนั้น NAD+ Therapy จึงนิยมใช้การฉีด NAD+ เข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ คล้ายกับการให้น้ำเกลือ เพื่อให้ NAD+ เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง โดยไม่ผ่านการดูดซึมจากทางเดินอาหาร วิธีนี้จะทำให้ NAD+ เข้าไปซ่อมแซมเซลล์ DNA ได้อย่างรวดเร็วกว่า และไม่เกิดการสูญเสีย NAD+ ระหว่างทางอีกด้วย
NAD+ Therapy มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
จากที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่า NAD+ มีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ของการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายให้แข็งแรง ดังนั้น การทำ NAD+ Therapy จึงมีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้
ช่วยชะลอวัย
แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดความชราไว้ได้ แต่การทำ NAD+ Therapy มีส่วนช่วยในการชะลอวัย ยับยั้งไม่ให้ร่างกายเร่งความแก่ได้จากการที่ NAD+ เข้าไปซ่อมแซมเซลล์ทั่วร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ และเสริมสร้างให้เซลล์มีสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ NAD+ ยังช่วยเสริมการทำงานของ Mitochondria ที่เป็นแหล่งผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ เซลล์จึงมีความแข็งแรง และช่วยชะลอวัยแบบโดยรวมได้นั่นเอง
ช่วยการทำงานของเซลล์สมอง
เมื่อร่างกายมีระดับ NAD+ ลดลง จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาท ทำให้ความจำสั้นลง หรือไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมใดๆ และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน เป็นต้น การทำ NAD+ Therapy จึงช่วยให้ระดับ NAD+ ในสมองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงช่วยฟื้นฟูเซลล์สมอง เพิ่มปริมาณสารสื่อประสาท พร้อมทั้งปกป้องไม่ให้เกิดการเสื่อมของระบบประสาท และสมอง ส่งผลให้ความจำดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้า และความเครียดของสมองได้อีกด้วย
เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
เนื่องจากหน้าที่ของ NAD+ ไม่ได้มีเพียงการช่วยซ่อมแซมเซลล์ให้มีความแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการแปลงสารอาหารให้กลายเป็นพลังงาน เพราะเมื่อ NAD+ และ Mitochondria ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ได้ตามปกติ ดังนั้น NAD+ Therapy จึงช่วยเพิ่มระดับพลังงาน และลดความเหนื่อยล้าของร่างกายได้เป็นอย่างดี
ช่วยควบคุมน้ำหนัก
NAD+ มีความสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญของร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญจะทำงานถดถอยลง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเพิ่มขึ้นแม้จะกินอาหารในปริมาณเท่าเดิมก็ตาม ซึ่งการทำ NAD+ Therapy จะช่วยให้ร่างกายผลิตโมเลกุล ที่สามารถแปลงสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานแก่ร่างกายได้ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมน้ำหนักให้เป็นไปตามต้องการจึงทำได้ง่ายขึ้น
ปรับปรุงวงจรการนอนหลับ
เคยสังเกตหรือไม่ว่าผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ? ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ระดับ NAD+ ลดลง ทำให้การรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ และส่งผลทางลบต่อวงจรการนอนหลับได้ ซึ่งถ้ายิ่งมีวงจรการนอนที่ผิดปกติ ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมา ทั้งโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น การทำ NAD+ Therapy จึงช่วยควบคุมการทำงานของระบบในร่างกายให้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อวงจรการนอนหลับให้กลับสู่ภาวะปกติได้
ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
NAD+ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการซ่อมแซม และฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรง ทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง และทนทานต่อโรคได้มากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งบางชนิด เพราะการเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย สามารถป้องกันการเกิดความผิดปกติของเซลล์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
ฟื้นฟูและพัฒนากล้ามเนื้อ
NAD+ Therapy ไม่ได้ใช้แค่ในกลุ่มคนทั่วไป แต่ยังใช้ในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องการเพิ่มสมรรถภาพ และการฟื้นฟูร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะ NAD+ มีความสามารถในการเพิ่มระดับพลังงานในร่างกาย ลดความเหนื่อยล้า ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อในระหว่างออกกำลังกาย รวมทั้งช่วยในการฟื้นฟู และซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายได้อีกด้วย
บรรเทาอาการเจ็บปวด
การทำ NAD+ Therapy ยังสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ เนื่องจากคุณสมบัติของ NAD+ ที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์สมอง ทำให้ช่วยปรับความรู้สึกเจ็บปวดให้น้อยลงได้ NAD+ Therapy จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการระงับความเจ็บปวดโดยไม่ต้องพึ่งสารเสพติด รวมถึงใช้รักษาผู้ที่ใช้สารเสพติด เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นต้น
ช่วยลดการอักเสบ
เมื่อ NAD+ ทำงานร่วมกับ Sirtuins จะทำให้ประสิทธิภาพการต้านทานของเซลล์นั้นแข็งแรงขึ้น ทำให้เซลล์สามารถทนต่อการอักเสบ และความเครียดในภาวะต่างๆ ได้ พร้อมทั้งยังช่วยลดความเสียหาย อันเนื่องมาจากการอักเสบเรื้อรังได้อีกด้วย
ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
NAD+ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่สร้างความรู้สึกที่ดีภายในสมอง ดังนั้น การทำ NAD+ Therapy จึงช่วยให้ระดับ NAD+ ในสมองเพิ่มขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอาการเครียด ลดความวิตกกังวล รู้สึกปลอดโปร่ง มีอารมณ์ และสมาธิที่มั่นคงขึ้นได้
ใครที่เหมาะกับการทำ NAD+ Therapy
Nad+ Therapy เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาสุขภาพ ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายโดยรวม เพิ่มภูมิต้านทานร่างกาย
- ผู้ที่ต้องการชะลอวัย ชะลอความเสื่อมของร่างกาย คงความเยาว์ให้นานขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบประสาท และสมอง ให้มีความจำ และสมาธิที่ดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ลดความอ่อนแรง และความเหนื่อยล้า
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายที่เสียหายจากการใช้สารเสพติด เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์
ข้อควรระวังในการทำ NAD+ Therapy
แม้ว่า NAD+ Therapy จะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกได้ แต่ยังมีข้อควรระวังในการทำ ดังนี้
- สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร ห้ามทำ NAD+ Therapy
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ในระหว่างทำเคมีบำบัด ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง อาจไม่เหมาะกับการทำ NAD+ Therapy
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว และมียาที่กินเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการทำ NAD+ Therapy
ทำ NAD+ Therapy กับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร
- คุณหมอมีประสบการณ์ด้านความงามมายาวนาน 8 ปี
- คุณหมอเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM จากอเมริกา คนเดียวในไทย
- เทคนิคใหม่แบบ Better Me คลินิกเน้นการออกแบบที่สวยงาม เหมาะกับใบหน้าของคนไข้ด้วยเทคนิคเฉพาะจากประเทศเกาหลี
- เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย คุณหมอทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
- คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ
- เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้
สรุป
NAD+ คือโคเอนไซม์ที่สำคัญต่อการซ่อมแซม และการงอกใหม่ของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น NAD+ ในร่างกายก็ยิ่งลดลงไป ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทั้งปัญหาทางระบบประสาท และสมอง มีโอกาสเกิดโรคได้ง่ายขึ้น ภูมิคุ้มกันต่ำลง ระบบเผาผลาญทำงานน้อยลง อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย เป็นต้น แต่ด้วยนวัตกรรม NAD+ Therapy ที่ใช้การฉีด NAD+ เข้าฟื้นฟูร่างกายทางหลอดเลือดโดยตรง สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกาย มอบความแข็งแรงแก่เซลล์ ให้สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงโดยรวม ฟื้นฟูร่างกายที่เสียหาย เติมพลัง และความสดชื่นให้ร่างกายกลับมาดีอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NAD+ Therapy (FAQ)
สำหรับผู้ที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ NAD+ Therapy บทความนี้ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบ เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจก่อนทำ NAD+ Therapy