🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

โปรแกรม Oligio vs Oligio X ต่างกันยังไง? แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยเลือกตัวไหน

โปรแกรม Oligio X คือเวอร์ชันอัปเกรดจาก โปรแรกม Oligio รุ่นเก่า ต่างจากรุ่นเดิม คือระบบ GXG Dual-Mode ที่ยิงพลังงาน 3 ขั้นตอนต่อเนื่องในครั้งเดียวทำให้กระชับได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกพร้อมกัน ระบบ 11-pulse cooling ที่เย็นกว่ารุ่นเดิม 2.25 เท่าช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ และ Auto Mode ที่ปรับพลังงานอัตโนมัติทุกจุดทำให้การรักษาสม่ำเสมอและเร็วขึ้น 50% ผลลัพธ์จึงชัดกว่า ลึกกว่า และอยู่ได้นานถึง 12–18 เดือน
ถ้าหน้าหย่อนคล้อยเริ่มเห็นชัด แก้มตก หรือขอบหน้าไม่ชัดโปรแกรม Oligio X ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

โปรแกรม Oligio คืออะไร?

โปรแกรม Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ที่ได้รับความนิยมสำหรับการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่แตกต่างจากหัตถการอื่นอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระชับและดูอ่อนเยาว์ ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น ยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า ฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิว หรือลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า มีข้อดีตรงที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น เห็นผลเร็ว และเหมาะกับทุกสภาพผิว
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio รุ่นเดิมได้ที่นี่

โปรแกรม Oligio X ต่างจาก โปรแกรม Oligio รุ่นเดิมอย่างไร และให้ผลลัพธ์อะไรบ้าง?

จุดต่างที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่พลังงานที่สูงขึ้น แต่คือ วิธีที่เครื่องส่งพลังงานนั้นเข้าสู่ผิว โปรแกรม Oligio รุ่นเดิมเป็น Single Mode ทำงานในระดับความลึกเดียวต่อครั้ง ในขณะที่ โปรแกรม Oligio X ใช้ระบบ GXG Dual-Mode ที่ทำงานเป็น 3 ขั้นตอนต่อเนื่องในการรักษาครั้งเดียว

GXG คือลำดับการทำงานในการรักษาหน้าหย่อนคล้อย

ขั้นตอนที่ 1 — G Mode (Pre-Heating) ปล่อยคลื่น RF ความร้อนอ่อนลงผิวชั้นบน (Epidermis และ Dermis ชั้นตื้น) เพื่อลดค่าความต้านทานของผิว ทำให้พลังงานในขั้นถัดไปลงชั้นลึกได้สม่ำเสมอกว่า และเจ็บน้อยลง


ขั้นตอนที่ 2 — X Mode (Core-Heating) สลับมาปล่อยพลังงาน RF 400W ลงถึงชั้น Dermis ชั้นพังผืด (SMAS) และไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่อุณหภูมิ 40–60 องศาเซลเซียส ทำงาน 3 อย่างพร้อมกัน คือ

  • กระชับเส้นใยคอลลาเจนเก่า กระตุ้น Fibroblast
  • สร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่อง 3–6 เดือน
  • กระตุ้นให้เซลล์ไขมันบริเวณแก้มล่างและเหนียงสลายตัว (Lipolysis) ปรับกรอบหน้าให้คมขึ้นเป็น V-Shape โดยไม่ต้องฉีดหรือผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 3 — G Mode (Long-lasting) ปิดท้ายด้วยการส่งความร้อนแบบกระจายตัวอีกรอบ เพื่อล็อกอุณหภูมิสะสมใต้ผิวให้คงระดับกระตุ้นคอลลาเจนได้ต่อเนื่องก่อนค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่ Oligio X ให้ผลอยู่ได้นานถึง 8–12 เดือน


รวมกับระบบ 11-pulse cooling ที่ปล่อยความเย็นปกป้องผิวชั้นนอกแบบ real-time ทุกช็อต ทำให้ Oligio X ส่งมอบผล “เย็น ยก ยุบ นาน” ในครั้งเดียว
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากการรักษาด้วย โปรแกรมOligio X คือโครงหน้ากลับมาชัด Jawline และกรอบหน้าชัดขึ้น แก้มที่ตกกลับขึ้นมาแลดูเป็นธรรมชาติ เหนียงและใต้คางกระชับ และผิวโดยรวมดีขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

โปรแกรม Oligio X ยังมีระบบ Auto Mode ที่ปรับค่าพลังงานอัตโนมัติทุกจุด แทนที่แพทย์จะต้องปรับเองทุกช็อต ทำให้พลังงานสม่ำเสมอกว่า และลดเวลาการรักษาลงได้ถึง 50%

โปรแกรม Oligio X vs Oligio ต่างกันตรงไหนบ้าง?

คุณสมบัติ โปรแกรม Oligio X โปรแกรม Oligio
โหมดการรักษา
GXG Dual Mode (ชั้นตื้น + ชั้นลึกในครั้งเดียว)
Single Mode (ระดับความลึกเดียว)
พลังงาน
400W
กำลังปานกลางถึงสูง
ระบบทำความเย็น
11-pulse cooling เย็นกว่าเดิม 2.25 เท่า
5 จุด
ความเร็วในการรักษา
Auto Mode เร็วขึ้น ~50%
ปรับค่าโดยแพทย์เป็นหลัก
ประสิทธิภาพการยกกระชับ
ทั้งชั้นผิวและชั้นไขมัน
ชั้นผิวพื้นฐาน
เหมาะกับ
หน้าหย่อนปานกลาง–มาก ต้องการแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยจริงจัง
หน้าหย่อนเริ่มต้น ต้องการดูแลเชิงป้องกัน
ระยะเห็นผลเต็มที่
ต่อเนื่องถึง 6 เดือน
1–3 เดือน
ความคงทน
8-12 เดือน
6-12 เดือน

โปรแกรม Oligio ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีน้อยกว่า แต่ออกแบบมาสำหรับปัญหาคนละระดับ ถ้าเพิ่งเริ่มสังเกตว่าผิวไม่กระชับเท่าเดิม โปรแกรม Oligio เพียงพอ แต่ถ้าหน้าหย่อนเห็นชัดแล้ว หรือเคยทำเครื่อง RF มาแล้วรู้สึกว่าผลยังไม่พอ โปรแรกม Oligio X เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ใครเหมาะกับโปรแกรม Oligio X มากที่สุด?

โปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหรือความต้องการเหล่านี้ 

เลือก โปรแกรม Oligio X เมื่อ :

  • มีปัญหาแก้มตก เหนียง ไขมันที่แก้ม หรือขอบหน้าไม่ชัด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผิวชั้นบน
  • เคยทำโปรแกรม HIFU หรือ RF มาแล้วแต่รู้สึกว่าผลไม่นานพอ เพราะโปรแรกม Oligio X ส่งพลังงานลึกกว่าและกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่า
  • ต้องการผลที่แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าทำอะไร แต่อยากให้รู้สึกว่าดูดีขึ้น
  • ไม่มีเวลาพักฟื้น เพราะโปรแกรม Oligio X ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปทำงานได้ทันที

เลือก โปรแกรมOligio รุ่นเดิม เมื่อ :

  • เริ่มสังเกตว่าผิวไม่กระชับเท่าเดิม ยังไม่มีปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจน
  • ต้องการดูแลเชิงป้องกันมากกว่าแก้ปัญหา
  • ทำครั้งแรก ต้องการประเมินผลก่อนตัดสินใจทำ Oligio X

ระหว่างทำโปรแกรม Oligio X และหลังทำเป็นยังไง?

ระหว่างทำจะรู้สึกสลับร้อนเย็นตลอด เพราะเครื่องปล่อยความเย็น 11 จังหวะต่อการยิงหนึ่งครั้ง (11-pulse cooling) ซึ่งเย็นกว่า Oligio รุ่นเดิมถึง 2.25 เท่า ทำให้ทนได้สบายกว่าโปรแกรม RF รุ่นเก่า  ระดับความไม่สบายโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 3–5 จาก 10 และคลินิกส่วนใหญ่มีการทายาชาก่อนทำ 30–45 นาที เพื่อเพิ่มความสบายอีกขั้น

หลังทำโปรแกรม Oligio X:

  • ผิวแดงเล็กน้อย 2–6 ชั่วโมง แล้วหายเอง
  • อาจบวมเล็กน้อยบริเวณที่ยิง โดยเฉพาะใต้คาง หายใน 1–2 วัน
  • กลับไปทำงานได้ทันที แต่งหน้าได้ไม่ต้องพักฟื้น
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดให้สม่ำเสมอหลังทำ 2 สัปดาห์

โปรแกรม Oligio X ราคาเท่าไหร่ และควรดูอะไรก่อนเลือกคลินิก?

ราคาโปรแกรม Oligio X อยู่ที่ประมาณ 15,000–35,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวน shots และบริเวณที่ทำ สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือจำนวน shots ที่ใช้ให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้ไขและความชำนาญของแพทย์ในการวางตำแหน่งยิงให้ตรงกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

สิ่งที่ควรถามคลินิกก่อนตัดสินใจ:

  • กี่ shots และครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง
  • ใช้ทั้ง G Mode และ X Mode หรือโหมดเดียว
  • เครื่องเป็นของแท้จาก WonTech ไหม ขอดู Certificate ได้เลย
  • มีแพทย์ประเมินสภาพผิวและโครงสร้างไขมันก่อนทำหรือเปล่า

รีวิวโปรแกรม Oligio X ก่อน-หลัง ผลลัพธ์จริง

ผลลัพธ์ของโปรแกรม Oligio และ Oligio X ไม่ได้เปลี่ยนหน้าทันที แต่เป็นการให้ผิวกลับมากระชับและมีชีวิตชีวาขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ ความแน่นของผิวโดยรวมดีขึ้น กรอบหน้าที่ชัดขึ้น และผิวที่ดูเรียบเนียนขึ้น 

ทุกคนมีโครงหน้าและระดับปัญหาที่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่สำหรับคุณเสมอไป ทีมแพทย์ของเราพร้อมประเมินสภาพผิวและโครงสร้างหน้า เพื่อให้คำแนะนำที่ตรงจุดที่สุด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา นัดประเมินผิวฟรี เพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณจริงๆ ก่อนตัดสินใจ

ทำไมต้องทำโปรแกรม Oligio X ที่ Better Me Clinic?

  • แพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์จริง คุณหมอมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ความงามมายาวนานกว่า 8 ปี และเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM ประเทศอเมริกา 
  • เทคนิคเฉพาะจากเกาหลี Better Me Clinic เน้นการออกแบบผลลัพธ์ที่สวยงามและเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน โดยนำเทคนิคเฉพาะจากเกาหลีมาปรับใช้กับโครงหน้าคนไทย
  • เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย แพทย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับความสบายของคนไข้ทุกเคส ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์
  • มาตรฐานระดับสากล คลินิกเลือกใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

เพื่อให้คุณเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจในราคาที่จับต้องได้ นัดประเมินผิวฟรีกับแพทย์ Better Me Clinic วันนี้

FAQ: คำถามที่คนถามบ่อยก่อนทำ Oligio X

Q: โปรแกรม Oligio X กับ HIFU อันไหนดีกว่ากัน? A: การทำงานต่างกันคนละแบบโปรแกรม HIFU ใช้คลื่นเสียงโฟกัสเป็นจุดลึก เหมาะกับการ lift แนวดิ่ง โปรแกรม Oligio X ใช้ RF ให้ความร้อนสม่ำเสมอกว่า ครอบคลุมทั้งชั้นตื้นและลึกในครั้งเดียว หลายคนได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ทั้งสองร่วมกัน เช่น โปรแกรม HIFU 300 lines + Oligio X เพื่อเสริมผลกัน แพทย์จะเป็นคนแนะนำตามสภาพผิวจริง

Q: โปรแกรม Oligio X ทำครั้งเดียวพอไหม? A: สำหรับปัญหาระดับปานกลาง ครั้งเดียวสามารถให้ให้ผลที่น่าพอใจ เห็นผลประมาณ 10–20% หลังทำ จากคอลลาเจนที่หดตัว และผลลัพธ์จะเห็นผลเต็มที่ภายใน 3 เดือนหลังทำ เพื่อผลที่ยั่งยืน แนะนำทำซ้ำทุก 12 เดือน เพราะกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามอายุยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

Q: โปรแกรม Oligio X เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับทุกคนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยที่ต้องการแก้จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแก้มตก ขอบหน้าไม่ชัด หรือเหนียงเริ่มปรากฏ ตัวกำหนดความเหมาะสมคือสภาพผิวและระดับปัญหา ไม่ใช่ตัวเลขอายุ แพทย์จะเป็นคนประเมินให้ตรงจุดที่สุด

Q: เคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือร้อยไหม มา ทำ โปรแกรม Oligio X ได้ไหม? A: ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากเคยฉีดโปรแกรม Filler , ร้อยไหม หรือมีฝั่งรากฟันเทียม ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่ปลอดภัย

Q: ทำโปรแกรม Oligio X แล้วต้องหยุดสกินแคร์ไหม? A: ไม่จำเป็น แต่ควรหลีกเลี่ยง Retinol และ AHA/BHA 3–5 วันหลังทำ และทาครีมกันแแดด สม่ำเสมอมากขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อปกป้องคอลลาเจนใหม่ที่กำลังสร้างตัว

Q: ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? A: โดยเฉลี่ย 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง การทากันแดดสม่ำเสมอช่วยให้คอลลาเจนที่สร้างใหม่ไม่ถูกทำลายจาก UV 

Q: โปรแกรม Oligio X ของแท้ดูยังไง และทำไมเรื่องเครื่องถึงสำคัญ? A: โปรแกรมเครื่อง Oligio X ของแท้จาก WonTech จะมีระบบ Real-time Impedance Monitoring ที่วัดความต้านทานของเนื้อเยื่อแบบ real-time และปรับพลังงานโดยอัตโนมัติ ทำให้มั่นใจได้ว่าความร้อนไปถึงชั้นที่ต้องการ เครื่องที่ไม่มีระบบนี้อาจให้พลังงานไม่สม่ำเสมอ ส่งผลทั้งต่อความปลอดภัยและประสิทธิผล วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือขอดู Certificate การรับรองจากคลินิก และสังเกตว่าหน้าจอเครื่องแสดงค่า Impedance ระหว่างทำหรือไม่

สรุป: โปรแกรม Oligio X คือคำตอบสำหรับปัญหาหน้าหย่อนคล้อยที่ต้องการแก้จริงๆ

ถ้าเป้าหมายคือแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยที่มีอย่างจริงจัง โปรแกรม Oligio X คือเครื่องมือที่ตรงกับปัญหานั้นที่สุดในกลุ่ม Non-surgical ด้วยการยิงพลังงานสองระดับในครั้งเดียว พลังงาน 400W ระบบทำความเย็น 11 จังหวะที่สบายกว่าเดิม และ Auto Mode ที่ทำให้การรักษาเร็วขึ้น 50% ผลที่ได้จึงครอบคลุมกว่า และอยู่ได้นานกว่า

ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและชั้นไขมันจริงก่อน เพราะแต่ละคนมีโครงหน้าและระดับปัญหาไม่เหมือนกัน การเลือก protocol ที่ใช่ตั้งแต่ต้นให้ผลดีกว่าการลองผิดลองถูกเสมอ

อ้างอิง 

WonTech.Oligio X เครื่องยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี GXH Dual Mode,(https://wontech-asia.com/products2/oligilox) , เข้าถึง 21 พฤษภาคม 2569



เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ