🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

ร่องแก้มลึก แก้ยังไงได้บ้าง? รวมวิธีลดร่องแก้มแบบธรรมชาติ

ร่องแก้มลึกแก้ได้จริง ทั้งด้วยการดูแลผิวและปรับพฤติกรรมแบบธรรมชาติ ไปจนถึงการฉีดสารเติมเต็มที่โครงสร้างใต้ผิวอย่างโปรแกรม Radiesse หรือโปรแกรม Sculptra ขึ้นอยู่กับว่าร่องแก้มของแต่ละคนลึกแค่ไหน และเกิดจากสาเหตุอะไรเป็นหลัก บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่ต้นเหตุของร่องแก้ม ริ้วรอย ไปจนถึงวิธีดูแลทุกระดับ พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดว่าแบบไหนเหมาะกับใคร

ร่องแก้มคืออะไร แล้วทำไมถึงเกิดขึ้น?

ร่องแก้ม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Nasolabial Fold คือรอยพับของผิวหนังที่ทอดยาวจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก เกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพียงแต่ในคนอายุน้อยร่องแก้มจะตื้นและเห็นเฉพาะตอนยิ้ม ส่วนในคนที่อายุมากขึ้นร่องแก้มจะค่อยๆ ลึกและเห็นชัดแม้หน้านิ่ง และกลายเป็นริ้วรอยร่องแก้ม

สาเหตุหลักที่ทำให้ร่องแก้มลึกขึ้นมีอยู่หลายปัจจัยที่มักเกิดร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว

การสูญเสียปริมาตรไขมันใต้ผิว
ใต้ชั้นผิวหน้าบริเวณโหนกแก้มมีชั้นไขมันที่ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับโครงหน้าให้ดูอิ่มเต็ม เมื่ออายุมากขึ้นไขมันชั้นนี้จะบางลงและเคลื่อนตัวลงต่ำ ทำให้พื้นที่รอบร่องแก้มยุบตัวและร่องแก้มดูลึกขึ้นตามไปด้วย

คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวลดลง
คอลลาเจนคือโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิว ส่วนอิลาสตินช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและกลับคืนรูปได้ ทั้งสองอย่างนี้ลดลงตามธรรมชาติราวปีละ 1% หลังอายุ 20 ปี ทำให้ผิวบางลงและหย่อนคล้อยง่ายขึ้นเรื่อยๆ

แรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำๆ
การยิ้ม พูด หรือแสดงสีหน้าซ้ำๆ ตลอดหลายสิบปีทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดรอยพับถาวรได้ในที่สุด ร่วมกับแรงโน้มถ่วงที่ดึงชั้นไขมันและผิวให้ลงต่ำลงเรื่อยๆ ตามวัย

ปัจจัยเร่งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม
การสูบบุหรี่ทำลายคอลลาเจนในผิวโดยตรง การโดนแดดสะสมโดยไม่ปกป้องผิวเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว การนอนหลับไม่เพียงพอลดประสิทธิภาพการซ่อมแซมผิวในเวลากลางคืน และการลดน้ำหนักเร็วเกินไปก็ทำให้ไขมันใต้ผิวหน้าหายไปเร็วกว่าที่ผิวจะปรับตัวทัน

โครงสร้างใบหน้าตามพันธุกรรม
บางคนมีโหนกแก้มสูงหรือกระดูกโครงหน้าที่ทำให้ร่องแก้มปรากฏชัดตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างที่ติดตัวมา ไม่เกี่ยวกับการดูแลผิว

 

ร่องแก้มลึกระดับไหน ควรดูแลด้วยวิธีไหน?

การเลือกวิธีดูแลร่องแก้มควรพิจารณาจากความลึกและสาเหตุหลักเป็นตัวตั้ง เพราะร่องแก้มตื้นๆ กับร่องแก้มที่ลึกจากการสูญเสียปริมาตร ต้องการการดูแลที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ระดับร่องแก้ม ลักษณะที่พบ โปรแกรม Sculptra
ตื้น เห็นเฉพาะตอนยิ้ม
ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ยังไม่มีการสูญเสียปริมาตรชัดเจน
ดูแลผิวและพฤติกรรมแบบธรรมชาติ
ปานกลาง เห็นบ้างตอนหน้านิ่ง
เริ่มมีการยุบตัวของไขมันใต้ผิวร่วมด้วย
ดูแลผิวควบคู่กับปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
ลึก เห็นชัดตลอดเวลา
สูญเสียปริมาตรใต้ผิวอย่างชัดเจน
มักพิจารณาการฉีดสารเติมเต็มโครงสร้างร่วมด้วย

วิธีลดร่องแก้มแบบธรรมชาติ ทำอะไรได้บ้าง?

สำหรับร่องแก้มระดับตื้นถึงปานกลาง การดูแลจากภายในและภายนอกอย่างสม่ำเสมอช่วยชะลอไม่ให้ร่องแก้มลึกเร็วเกินวัยได้จริง แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรใต้ผิวได้ทั้งหมด

1. เลือกสกินแคร์ที่มีสารกระตุ้นคอลลาเจน

ส่วนผสมอย่างวิตามินซี เรตินอล เปปไทด์ หรือไนอาซินาไมด์ ทำงานคนละกลไกกัน แต่ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันคือกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิวให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น วิตามินซีช่วยเป็นโคแฟกเตอร์ในการสังเคราะห์คอลลาเจน เรตินอลกระตุ้นการผลัดเซลล์และเพิ่มความหนาของชั้นผิว ส่วนเปปไทด์ส่งสัญญาณให้เซลล์ผิวทำงานซ่อมแซมตัวเอง ผลลัพธ์จากกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ค่อยเป็นค่อยไป

2. บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า (Face Yoga)

การฝึกยกมุมปาก อมลมในกระพุ้งแก้ม หรือทำท่าบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและแก้ม ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใต้ชั้นไขมันแก้มให้กระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง เหมาะเป็นการดูแลเสริมสำหรับคนที่ร่องแก้มยังตื้น มากกว่าจะเป็นทางแก้หลักสำหรับร่องแก้มที่ลึกแล้ว เพราะกล้ามเนื้อไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ร่องแก้มลึกขึ้นเท่ากับการสูญเสียปริมาตรไขมันและคอลลาเจน

3. ปรับพฤติกรรมที่เร่งความหย่อนคล้อย

การงดสูบบุหรี่ช่วยหยุดการทำลายคอลลาเจนที่เกิดจากสารพิษในควันบุหรี่ การทาครีมกันแดดทุกวันแม้ในวันที่อยู่แต่ในร่มช่วยป้องกันรังสี UV ที่สลายคอลลาเจนในชั้นผิว และการนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนสำคัญมาก เพราะช่วงหลับลึกเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวมากที่สุด

4. ควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่แบบค่อยเป็นค่อยไป

การลดน้ำหนักเร็วเกินไปในระยะสั้นอาจทำให้ไขมันใต้ผิวหน้าบางลงเร็วกว่าที่ผิวจะหดตัวตาม ผลคือร่องแก้มดูลึกขึ้นแทนที่จะดีขึ้น การลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปในอัตราที่เหมาะสมจึงส่งผลดีต่อรูปหน้าในระยะยาวมากกว่า

5. ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างผิว

การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ส่วนอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักผลไม้หลากสี ช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากภายในร่างกาย

เมื่อร่องแก้มลึกจากการสูญเสียปริมาตร วิธีธรรมชาติไม่พออีกต่อไป

ถ้าร่องแก้มเกิดจากการที่ไขมันใต้ผิวยุบตัวลงจริงๆ การบำรุงผิวหรือบริหารกล้ามเนื้อภายนอกจะไม่สามารถเติมเต็มโครงสร้างที่หายไปได้ เพราะปัญหาอยู่ที่ชั้นลึกกว่าที่สกินแคร์จะเข้าถึง กรณีนี้แพทย์มักพิจารณาการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมโครงสร้างใต้ผิวโดยตรง ซึ่งมีหลายชนิดให้เลือกตามลักษณะปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน

โปรแกรม Radiesse ทำงานอย่างไร?

Radiesse คือสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite) ซึ่งเป็นสารที่ใกล้เคียงกับแร่ธาตุที่พบในกระดูกมนุษย์ ทำงานสองขั้นตอนพร้อมกัน

ขั้นแรกคือการเติมปริมาตรทันทีหลังฉีด อนุภาคของสารจะไปแทนที่พื้นที่ที่ไขมันยุบตัวลง ทำให้เห็นร่องแก้มตื้นขึ้นตั้งแต่วันที่ทำ

ขั้นที่สองคือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ในบริเวณที่ฉีด อนุภาคแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ทำหน้าที่เป็นโครงยึด (Scaffold) ให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์เข้ามาสร้างคอลลาเจนของตัวเองรอบๆ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนหลังทำ

จุดเด่นของ Radiesse คือให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทั้งทันทีและต่อเนื่อง จึงมักถูกพิจารณาใช้กับการฉีดร่องแก้มที่ต้องการทั้งความอิ่มตัวเร็วและผลระยะยาว

โปรแกรม Sculptra ทำงานอย่างไร?

Sculptra มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดโพลี-แอล-แลคติก (Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และเป็นวัสดุกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในไหมละลายทางการแพทย์มานาน
กลไกของ Sculptra ต่างจาก Radiesse ตรงที่ไม่ได้เติมปริมาตรทันทีหลังฉีดแบบเห็นผลในวันเดียว แต่การฉีดจะค่อยๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองทีละน้อยตลอดช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อนุภาค PLLA จะกระตุ้นการอักเสบระดับอ่อนๆ ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นสัญญาณให้ร่างกายเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน
ด้วยกลไกที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ Sculptra จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบทีละขั้น และมักต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งห่างกันเป็นช่วงเวลาตามที่แพทย์วางแผนไว้

เปรียบเทียบโปรแกรม Radiesse กับ Sculptra

หัวข้อ โปรแกรม Radiesse โปรแกรม Sculptra
ส่วนประกอบหลัก
แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์
กรดโพลี-แอล-แลคติก (PLLA)
การเห็นผล
เห็นปริมาตรเพิ่มขึ้นทันทีหลังฉีด
ค่อยๆ เห็นผลทีละน้อยตามลำดับ
กลไกหลัก
เติมปริมาตร + กระตุ้นคอลลาเจน
กระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก
ความเหมาะสม
ต้องการผลลัพธ์ทั้งทันทีและต่อเนื่อง
ต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งสองโปรแกรมมีกลไกและจุดเด่นต่างกัน การเลือกใช้ตัวไหนในการฉีดร่องแก้มขึ้นอยู่กับความลึกของร่องแก้ม โครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายเฉพาะของแต่ละคน จึงจำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินหน้างานก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

รีวิวโปรแกรม Radiesse และ Sculptra ที่ Better me Clinic

นอกจากโปรแกรม Radiesse และ Sculptra ยังมีทางเลือกอะไรอีกบ้าง?

ร่องแก้มไม่ได้แก้ได้ด้วยสารเติมเต็มสองตัวนี้เท่านั้น ยังมีทางเลือกอื่นที่ทำงานคนละกลไก แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน

กลุ่มเติมปริมาตรทันที (สารเติมเต็มกรดไฮยาลูรอนิก)

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่มีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทำงานโดยจับกับโมเลกุลน้ำในชั้นผิว ทำให้เกิดปริมาตรทันทีที่ฉีด จุดเด่นคือเห็นผลเร็วที่สุดในกลุ่มสารเติมเต็มทั้งหมด และสามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้หากต้องการปรับแก้ในอนาคต ต่างจากโปรแกรม Radiesse กับ Sculptra ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่ไปด้วย กลุ่มนี้จะเน้นการฉีดที่ร่องแก้มโดยเติมปริมาตรเป็นหลัก

กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนด้วยพลังงาน (ไม่ต้องฉีด)

โปรแกรม HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความถี่สูงส่งพลังงานไปยังชั้นใต้ผิวโดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนเสียหาย ความร้อนที่เกิดขึ้นกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนเดิมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับคนที่ร่องแก้มยังไม่ลึกมาก แต่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยและต้องการยกกระชับ

รีวิวโปรแกรม HIFU ที่ Better me Clinic

โปรแกรม Thermage
ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ให้ความร้อนกับชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ กลไกคล้าย HIFU แต่ใช้พลังงานคนละรูปแบบ มักใช้เสริมกับการดูแลร่องแก้มควบคู่กับการยกกระชับใบหน้าโดยรวม

รีวิวโปรแกรม Thermage ที่ Better me Clinic

กลุ่มยกกระชับด้วยไหม

โปรแกรมร้อยไหม เป็นการใส่ไหมละลายเข้าไปใต้ผิวเพื่อดึงรั้งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหมไปด้วยในตัว เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมกับร่องแก้ม เพราะช่วยดึงโครงหน้าโดยรวมให้กระชับขึ้น ไม่ใช่แค่เติมปริมาตรที่จุดเดียว

รีวิวโปรแกรม ร้อยไหม ที่ Better me Clinic

เลือกทางเลือกไหนดี?

แต่ละกลุ่มแก้ปัญหาคนละมุมกัน สารเติมเต็มกรดไฮยาลูรอนิกเหมาะกับคนที่อยากเห็นผลทันทีและปรับแก้ได้ HIFU กับ Thermage เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนแต่ยังไม่อยากฉีดอะไรเข้าไป ส่วนร้อยไหมเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นวงกว้างไม่ใช่แค่ร่องแก้มจุดเดียว

ในทางปฏิบัติแพทย์มักแนะนำให้ใช้หลายวิธีร่วมกันตามสภาพผิวจริง เช่น ฉีดสารเติมเต็มร่วมกับพลังงานความร้อน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินหน้างานก่อนว่าร่องแก้มของแต่ละคนควรเน้นวิธีไหนเป็นหลัก

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร่องแก้มลึก

ร่องแก้มลึกป้องกันไม่ให้เกิดเร็วได้ไหม?
ป้องกันไม่ให้เกิดเร็วกว่าวัยได้ในระดับหนึ่งด้วยการดูแลผิวสม่ำเสมอ ทากันแดดทุกวัน และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เร่งความหย่อนคล้อย แต่ร่องแก้มเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของโครงสร้างใบหน้าที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนตามวัยที่เพิ่มขึ้น

ฉีดสารเติมเต็มร่องแก้มเจ็บไหม?
ความรู้สึกระหว่างฉีดแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนและเทคนิคที่แพทย์ใช้ แพทย์มักใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมด้วยเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการ

Radiesse กับ Sculptra เลือกอันไหนดีกว่ากัน?
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าอันไหนเหมาะกว่ากัน เพราะทั้งสองมีกลไกและจุดเด่นต่างกัน ขึ้นอยู่กับความลึกของร่องแก้ม โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจเลือก

ระหว่างฉีดสารเติมเต็มกับ HIFU หรือร้อยไหม เลือกอันไหนดี?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของปัญหา ถ้าร่องแก้มลึกจากการสูญเสียปริมาตรใต้ผิวเป็นหลัก การฉีดสารเติมเต็มมักตอบโจทย์ตรงจุดกว่า แต่ถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อนคล้อยเป็นวงกว้าง HIFU หรือร้อยไหมอาจเหมาะกว่า หลายกรณีแพทย์จะแนะนำให้ใช้ร่วมกันตามสภาพผิวจริง

ผลลัพธ์จากการฉีดสารเติมเต็มอยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งอัตราการสลายตัวของสาร ไลฟ์สไตล์ และการดูแลผิวหลังทำ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

วิธีธรรมชาติกับการฉีดสารเติมเต็ม เลือกอันไหนดี?
ถ้าร่องแก้มยังตื้นและเป็นผลจากผิวขาดความยืดหยุ่นทั่วไป การดูแลแบบธรรมชาติช่วยชะลอได้ แต่ถ้าร่องแก้มลึกจากการสูญเสียปริมาตรใต้ผิว การฉีดสารเติมเต็มจะเข้าไปแก้ที่โครงสร้างโดยตรง ทั้งนี้ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนเพื่อวางแผนที่เหมาะกับสภาพผิวจริง

สรุปปัญหาร่องแก้มลึก

ร่องแก้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งความลึก ริ้วรอย สาเหตุ และโครงสร้างใบหน้า วิธีที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับอีกคน การพูดคุยกับแพทย์ที่เข้าใจโครงหน้าของเราจริงๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้วางแผนได้ตรงจุดกว่าการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

หากกำลังสงสัยว่าร่องแก้มของตัวเองเหมาะกับการดูแลแบบไหน ลองนัดปรึกษาแพทย์ที่ Better Me Clinic เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและโครงหน้าโดยตรง จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเริ่มจากตรงไหน และมีทางเลือกอะไรที่เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองบ้าง

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ