fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

chanya-new-m-logo

ทำความรู้จัก Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก

ทำความรู้จัก Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก
ทำความรู้จัก Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก

การใช้ชีวิตประจำวันต้องเผชิญกับมลพิษและแสง UV จากดวงอาทิตย์จนทำให้ขาดน้ำและถูกทำลาย มากไปกว่านั้นคือยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ริ้วรอยแห่งวัยและร่องลึกก็ยิ่งดูชัดขึ้นจนทำให้เสียความมั่นใจ สิ่งเดียวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสุดหนักใจนี้คือการทำ Belotero Revive นั่นเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยบนผิวให้กลับมาเต่งตึงฉ่ำน้ำ ต้องลอง Belotero Revive ว่าแต่ Belotero Revive คืออะไร อันตรายไหม? ฉีดตรงไหนได้บ้าง? มีอะไรที่ต้องรู้เพิ่มเติม วันนี้ Better Me Clinic by Dr. Chanya พร้อมมาคลายทุกข้อสงสัยให้ทุกคนได้รู้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย!

Belotero Revive คืออะไร? มีคุณสมบัติอย่างไร?

Belotero Revive คือ ฟิลเลอร์งานผิวยอดนิยมตัวแรกของโลก จากบริษัท MERZ AESTHETICS ที่ออกแบบมาเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เติมเต็มผิวให้ดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยแห่งวัยและความหยาบกร้านของผิวที่ได้รับความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ ฉีดแล้วได้งานผิวที่ชุ่มชื้น ดูเปล่งประกาย และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

การที่ Belotero Revive ได้รับความนิยมอย่างมากนั้นเป็นเพราะว่า Belotero Revive มีคุณสมบัติโดดเด่นที่ตอบโจทย์คนอยากมีผิวชุ่มชื้นฉ่ำวาว เนียนเด้ง อิ่มฟู อย่างเป็นธรรมชาติ โดยคุณสมบัติหลัก ๆ ของ Belotero Revive มีดังนี้

1. Cohesivity

เนื้อฟิลเลอร์มีความสามารถในการยึดเกาะและผสานกับเนื้อเยื่อของผิวหนังได้อย่างลงตัวแบบไร้รอยต่อ ทำให้บริเวณที่ฉีดเรียบเนียน ได้รูปทรงที่แม่นยำ และดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

2. Elasticity

เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวไปตามการแสดงออกทางสีหน้าโดยยังคงรูปร่างไว้ หากมีแรงมากระทำก็ยังสามารถคืนตัวได้ ทำให้หน้าของเรายังคงดูเป็นธรรมชาติ

3. Plasticity

เนื้อฟิลเลอร์มีความสามารถในการปั้นขึ้นรูปได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยให้วางตำแหน่งได้อย่างแม่นยำแม้ในบริเวณที่บอบบาง ส่งผลให้ดูกลมกลืนเข้ากับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

เจาะลึกส่วนผสมสำคัญของ Belotero Revive

Belotero Revive ขึ้นแท่นกลายมาเป็นฟิลเลอร์งานผิวยอดนิยมที่ขึ้นชื่อในด้านความสามารถในการฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำน้ำและคืนความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติจนครองใจลูกค้าในหลายประเทศได้นั้น เพราะมีส่วมผสมสำคัญสองอย่าง คือ กรดไฮยาลูโรนิกและกลีเซอรอล

กรดไฮยารูลอนิก

กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว โดยทำหน้าที่เป็นสารดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น จึงทำให้ผิวอิ่มน้ำและอ่อนนุ่ม

Belotero Revive ใช้กรดไฮยาลูโรนิกรูปแบบเฉพาะที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ผสานเข้ากับเนื้อเยื่อของผิวหนังได้ดี ซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอย ความแห้งกร้าน ปรับให้ผิวเรียบเนียน ฉ่ำน้ำ และดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

กลีเซอรอล

กลีเซอรอล (Glycerol) หรือที่เรียกว่ากลีเซอรีน เป็นของเหลวไม่มีสีและไม่มีกลิ่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เนื่องจากมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี โดยทำหน้าที่เป็นสารดูดความชื้นคล้ายกันกับกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งกลีเซอรอลจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวหนังนั่นเอง

Belotero Revive ได้ผสมผสานกลีเซอรอลไว้ในสูตรเพื่อช่วยเสริมการให้ความชุ่มชื้นของกรดไฮยาลูโรนิก นอกจากการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว กลีเซอรอลยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน ช่วยปกป้องผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้นจากปัจจัยภายนอกอีกด้วย

Belotero Revive ต่างจากฟิลเลอร์ตัวอื่นๆ อย่างไร?

Belotero Revive ต่างจากฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ ตรงที่ Belotero Revive มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) และกลีเซอรอล (Glycerol) ส่วนฟิลเลอร์ทั่วไปมีเพียง Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบเท่านั้น 

ซึ่ง Belotero Revive จะเน้นปรับสภาพผิวให้กลับมาสดใส ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีเป็นหลัก ในขณะที่ฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ มักถูกนำมาใช้การแก้ไขปรับรูปหน้า หรือการเติมริ้วรอยร่องลึกนั่นเอง 

นอกจากนี้แล้ว Beletero Revive ยังมีการใช้เทคโนโลยี Cohesive Polydensified Matrix (CPM) ซึ่งส่งผลให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่เรียบเนียนและยืดหยุ่น สามารถผสานเข้ากับผิวหนังได้อย่างลงตัว ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานถึง 9 เดือน ซึ่งมีอายุการใช้งานฟิลเลอร์มากกว่าฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ นั่นเอง

Belotero Revive เหมาะกับใคร?

  • หน้าแก้ม การฉีด Sculptra ที่หน้าแก้มเป็นการฟื้นฟูความหย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงและอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ขมับ เมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้ขมับลักษณะยุบหรือตอบลง การฉีด Sculptra สามารถคืนความสมดุลของขมับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ร่องแก้ม Sculptra สามรถจัดการกับร่องแก้มลึกหรือร่องน้ำหมากให้กลับมามีผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น 
  • กรอบใบหน้า สามารถฉีดไปตามแนวกรามและบริเวณคาง เพื่อช่วยในการกำหนดกรอบใบหน้าและเสริมกรอบใบหน้าให้ดูได้สัดส่วนที่สมดุล
  • ริ้วรอยขนาดเล็ก Sculptra ยังสามารถกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนเพื่อลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยเหี่ยวย่นได้
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

Belotero Revive ไม่เหมาะกับใคร?

แม้ว่า Belotero Revive จะเป็นตัวช่วยปรับสภาพผิวให้อิ่มน้ำ ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม Belotero Revive อาจไม่เหมาะกับบุคคลต่อไปนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำหัตถการด้วยการฉีด Belotero Revive เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารก
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หากคุณมีประวัติการแพ้กรดไฮยาลูโรนิกหรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของ Belotero Revive แนะนำว่าไม่ควรฉีด ซึ่งอาการแพ้อาจมีตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อยไปจนถึงอาการบวมอย่างรุนแรง จนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • ผู้ที่มีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือมีอาการอักเสบ หากคุณมีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือผิวหนังอักเสบ แนะนำให้รอจนกว่าการติดเชื้อหรือการอักเสบจะทุเลาลงก่อนที่จะพิจารณารับบริการด้วย Belotero Revive เพราะการฉีดสารเติมเต็มผิวหนังในบริเวณที่ติดเชื้อหรืออักเสบอาจทำให้อาการแย่ลงและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้

Belotero Revive ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

Belotero Reviveเป็นฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดเข้าไปได้หลายตำแหน่ง โดยเฉพาะชั้นผิวหนังตื้น ๆ เช่น ใบหน้า ลำคอ รอบดวงตา และหลังมือ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวแล้ว Belotero Revive สามารถช่วยจัดการกับปัญหาผิวต่าง ๆ ของบริเวณดังต่อไปนี้ 

  • ผิวหน้า ฉีดแล้วช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน ผิวดูสุขภาพดี คืนความอ่อนเยาว์และกระชับให้กับผิว
  • รอบดวงตา ให้ความชุ่มชื้นแก่ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอย ให้ดูเรียบเนียนและสวยงาม
  • ปาก ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูให้ริมฝีปาก และลดริ้วรอยตรงมุมปาก
  • ลำคอ ช่วยลดริ้วรอย ปรับผิวหย่อนคล้อยให้กระชับเต่งตึง 
  • หลังมือ ช่วยให้มือนุ่มชุ่มชื้นและยืดหยุ่นน่าสัมผัส

เทคนิคการฉีด Belotero Revive

โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้เทคนิคการฉีด Belotero Revive ให้เกิดเป็นตุ่มบนใบหน้าคล้ายกับการฉีด Skin Booster อื่น ๆ ซึ่งการฉีดแบบนี้จะทำให้ฟิลเลอร์ซึมลงสู่ชั้นผิวและกระจายตัวได้ดีกว่า โดยจะมีการทำความสะอาดบริเวณที่ฉีดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและแปะยาชาไว้ประมาณ 30-45 นาที จากนั้นฉีดฟิลเลอร์ Belotero Revive ตามจุดที่ต้องรับบริการได้เลย

Belotero Revive อันตรายไหม?

Belotero Revive เป็นฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงโดยทั่วไปไม่รุนแรงและเกิดขึ้นชั่วคราว เช่น การมีรอยแดง บวม ช้ำ และคันบริเวณที่ฉีด ผลข้างเคียงเหล่านี้มักเกิดขึ้นไม่นานและจะหายภายในไม่กี่วัน 

อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) สำนักงานยาแห่งยุโรป (EMA) รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย (อย.) อีกด้วย

ฉีด Belotero Revive ที่ไหนดี?

การฉีด Belotero Revive เป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งประกาย กระจ่างใส ดูสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยลดเลือดริ้วรอยต่าง ๆ กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมที่ขึ้นชื่อเรื่องการเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่าง Hyaluronic Acid และ Glycerol ที่สำคัญทำได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนานก็พร้อมได้ผิวอ่อนเยาว์กลับคืนมา

สำหรับใครที่สนใจอยากเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวดูเปล่งประกาย ฉ่ำวาว ไร้ริ้วรอยด้วย Belotero Revive แต่ไม่รู้จะไปทำที่ไหนดี ที่ Better Me Clinic by Dr. Chanya พร้อมดูแลคุณ คุณหมอของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด มีการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำ มีเครื่องมือครบครันทันสมัย ใส่ใจรายละเอียดแบบเคสต่อเคส ที่สำคัญตอนมี โปรโมชั่นทำ Belotero Revive ในราคาสุดพิเศษ หากสนใจ สามารถติดต่อนัดหมายได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-059-8118, 088-603-2641 หรือไลน์ @bettermeclinic ปรึกษาคุณหมอได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รับรองว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่และแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างแน่นอน

ควรฉีด Belotero Revive กี่ซีซีถึงจะเห็นผล?

โดยปกติแล้วการฉีด Belotero Revive ให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจนั้น ควรฉีดฟิลเลอร์ 1 ซีซี หากบริเวณที่ต้องการรับบริการมีปัญหามากอาจต้องใช้ฟิลเลอร์ 2 ซีซี ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหาผิวและจัดปริมาณการฉีดที่เหมาะสมให้กับผู้เข้ารับบริการ

การเตรียมตัวก่อนฉีด Belotero Revive

สำหรับผู้ที่ต้องการไปฉีดฟิลเลอร์ Belotero Revive ควรมีการเตรียมตัวก่อนฉีด ดังนี้ 

  • ศึกษาข้อมูลของ Belotero Revive เพื่อให้ทราบรายละเอียดเบื้องต้น ทราบถึงประสิทธิภาพการทำงานและผลลัพธ์ว่าสามารถแก้ปัญหาผิวของคุณได้หรือไม่
  • ปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะเข้ารับการทำหัตถการฉีด Belotero Revive ควรปรึกษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถประเมินสภาพผิว ให้คำปรึกษา และพิจารณาความเหมาะสมของการฉีด Belotero Revive ให้กับคุณได้
  • หลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยา NSAIDs และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น น้ำมันปลาและวิตามินอี เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยงจนทำให้ช้ำและมีเลือดไหลไม่หยุด โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงยาเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเข้ารับบริการ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงวันก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้ผิวของคุณได้รับความชุ่มชื้นและพร้อมต่อการทำหัตถการ
  • ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน แอลกอฮอล์และคาเฟอีนอาจทำให้ผิวหนังขาดน้ำ ทำให้เกิดรอยช้ำและบวมได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในช่วงก่อนเข้ารับบริการ
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด พยายามทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่เป็นอันตราย
  • ควรงดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ไวท์เทนนิ่ง และผลิตภัณฑ์กำจัดขน เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนช่วยให้ผิวระคายเคืองได้

การดูแลตัวเองหลังฉีด Belotero Revive

หลังจากที่ฉีด Belotero Revive อาจมีอาการเขียวช้ำและบวมแดง จากเข็มฉีดยา ซึ่งสามารถดูแลตัวเองหลังการฉีดดังนี้

  • ควรทำตามคำแนะนำและทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยลดอาการบวม อาการฟิลเลอร์เป็นก้อน และป้องกันการติดเชื้อ
  • ประคบเย็น การประคบเย็นบริเวณที่รับบริการสามารถช่วยลดอาการบวมและการปวดได้ ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ใช้ผ้าสะอาดหรือถุงน้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูบาง ๆ แล้วค่อย ๆ ประคบลงบนบริเวณที่รับบริการ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมาก หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังทำหัตถการเพราะอาจเพิ่มอาการบวมและอาจส่งผลต่อตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้ 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด หลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์หลังรับบริการ หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้สวมหมวก เสื้อคลุม และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ทำหัตถการ พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส ถู หรือนวดบริเวณนั้น ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง 
  • นอนให้หัวสูงกว่าหน้าอก โดยควรหนุนหมอนรองศีรษะอย่างน้อย 2 ใบ และไม่ควรนอนตะแคง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ มีส่วนช่วยให้ฟิลเลอร์อิ่มฟูและอยู่ได้นานขึ้น
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

ที่มาของข้อมูล

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ