fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

4 สูตร Peeling ผลัดเซลล์ผิว ลดสิวด้วยกรดผลไม้จากธรรมชาติ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการ Peeling ผลัดเซลล์ผิว

โดยปกติแล้วผู้ที่อยู่ในวัย 20 มักมีการผลัดเซลล์ผิวอยู่ทุกๆ 3 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ การผลัดเซลล์ผิวก็จะช้าลง จากทุกๆ 3 สัปดาห์ จะเป็นทุกๆ 4 สัปดาห์ 5 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น จนอายุเข้าสู่เลข 70 ร่างกายจะใช้เวลานานถึง 7 สัปดาห์ในการผลัดเซลล์ผิวเลยทีเดียว ดังนั้นการทำ Peeling ผลัดเซลล์ผิวหน้าจึงเป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาที่ผิวหน้าโดยตรง ลดปัญหาริ้วรอย ปัญหาสิว หรือรูขุมขนกว้างได้อย่างเห็นผล แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำ Peeling ผลัดเซลล์ผิว ชัญญา คลินิกจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวหน้าให้ละเอียด รู้ลึก รู้จริง พร้อมทั้งแนะนำ 4 สูตร Peeling ผลัดเซลล์ผิว สูตรพิเศษจากทางชัญญา คลินิกด้วยค่ะ

Peeling คืออะไร

ก่อนอื่นเราจะไปทำความรู้จักกันก่อนว่า “การผลัดเซลล์ผิว” หรือPeeling คืออะไร? และควรลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวดีไหม? สำหรับการผลัดเซลล์ผิว คือ การเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ให้หลุดลอกออกไปจากผิวด้วยความรวดเร็ว เพราะหากเซลล์ผิวเก่ายังไม่หลุดออกไป เซลล์จะจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ปิดกั้นเซลล์ผิวใหม่ที่จะขึ้นมาแทน ส่งผลให้ใบหน้าของเราหมองคล้ำมากกว่าเดิม ปัจจุบันมีวิธีผลัดเซลล์ผิวหน้าทั้งหมด 2 วิธี ได้แก่ Physical Peeling หรือการผลัดเซลล์ผิวโดยใช้อุปกรณ์ช่วย และ Chemical Peeling หรือการผลัดผิวโดยการใช้สารเคมี โดยแต่ละวิธีนั้นมีรายละเอียดต่างกันออกไป ดังนี้

แบบอุปกรณ์ช่วย (Physical Peeling)

การผลัดเซลล์ผิวโดยใช้อุปกรณ์ช่วย (Physical Peeling) คือ การผลัดเซลล์ผิวโดยใช้อุปกรณ์ช่วย ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงาม เช่น การทำ Dermabrasion และ Microdermabrasion โดยแต่ละแบบมีรายละเอียด ดังนี้

    • การทำ Dermabrasion เป็นการผลัดเซลล์ผิวเชิงลึก เรียกได้ว่าเป็นการผลัดเซลล์ผิวถึงขั้นหนังแท้ (Dermis) จึงช่วยลดรอยสิว หลุมสิวได้อย่างเห็นผล สำหรับใครที่อยากผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีนี้ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญ หรือมีประสบการณ์สูง เนื่องจากมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากแผลสูงมาก
    • การทำ Microdermabrasion เป็นการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี วิธีนี้จะมีความปลอดภัยมากกว่าวิธีแรก แต่จะเป็นการลดริ้วรอยเล็กๆ อย่างรอยสิวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เปรียบเสมือนการขัดตัวเพื่อให้ผิวขาว ดูเรียบเนียนขึ้นมาเล็กน้อย

แบบเคมี (Chemical Peeling)

การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) คือ การนำสารเคมีมาช่วยเร่งการผลัดเซลล์ ทำให้เซลล์ผิวหนังเก่าหลุดลอกออกไปได้ง่ายขึ้น การใช้สารเคมีนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย และเห็นผลค่อนข้างชัดเจน โดยสารเคมีที่ใช้ในการผลัดเซลล์ผิวก็จะแตกต่างออกไปตามแต่ละคลินิก แต่มักใช้สารเคมีหลักๆ ดังนี้

    • AHA (Alpha Hydroxy Acid) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งมีส่วนช่วยให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ชั้นบนสุดลดน้อยลง ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่เข้ามาแทนที่ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อบริเวณหนังแท้ได้อีกด้วย
    • BHA (Beta Hydroxy Acid) เป็นกรดที่ได้จากการสังเคราะห์ มีคุณสมบัติทนต่อความร้อน ไม่เสื่อมสภาพง่ายเหมือนสาร AHA ซึ่งตัว BHA จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังหลุดลอกได้ไวกว่า แต่ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการแพ้ และระคายเคืองมากกว่า
    • TCA (Trichloroacetic Acid) กรดชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการผลัดเซลล์ผิวหน้า เนื่องจากเห็นผลดีกับการรักษาสิว ริ้วรอย ฝ้าและกระ ซึ่งผลลัพธ์ของกรดตัวนี้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของกรดที่ใช้ด้วย

ระดับของการผลัดเซลล์ผิว หรือทำ Peeling มีขั้นไหนบ้าง

หลังจากที่ได้รู้จักวิธีการผลัดเซลล์ผิวไปแล้ว ต่อไปเราจะไปดูระดับความลึกของเซลล์ผิวกันดีกว่าว่าสามารถผลัดเซลล์ผิวออกได้กี่ระดับ ซึ่งโดยทั่วไปนั้นในระดับแรกก็จะเริ่มที่ระดับนอกสุด จนถึงลึกที่สุด โดยการผลัดเซลล์ผิวหน้านั้นสามารถลงลึกถึงผิวหนังได้ถึง 4 ระดับ ได้แก่

    • Very superficial Peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิวระดับแรกสุด โดยลอกผิวหนังชั้นนอกของชั้นหนังกำพร้า ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับการรักษาปัญหาสิวเบื้องต้น อีกทั้งยังช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินที่ผิวหนังอีกด้วย
    • Superficial Peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ลึกขึ้นกว่าระดับแรก อาจลอกไปถึงผิวหนังกำพร้าบางส่วน เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิวหน้าที่เป็นหนักกว่าวิธีแรก
    • Medium Peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิวระดับกลาง โดยทำการผลัดเซลล์ผิวหน้าตั้งแต่ชั้นนอกจนถึงชั้นหนังกำพร้าบางส่วน ซึ่งความลึกของผิวหนังระดับนี้จะช่วยให้ริ้วรอย หรือรอยขี้แมลงวันจางลงอย่างเห็นได้ชัด
    • Deep Peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิวระดับลึก ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์แบบลงลึกถึง Reticular Dermis โดยวิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษาผู้ที่มีปัญหาผิวหนัง โดยผิวหนังถูกแสง UV มากเกินไป หรือมีริ้วรอยระดับลึกมาก จนทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

การทำ Peeling ดียังไงช่วยอะไรบ้าง

    • การทำ Peeling ผลัดเซลล์ผิว ถือเป็นวิธีการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ให้หลุดลอกออกไปได้ไวขึ้น
    • ช่วยทำให้เซลล์ผิวใหม่ได้เจริญเติบโต
    • ช่วยลดปัญหาสิว หรือริ้วรอยได้
    • เป็นตัวช่วยในการเร่งหน้าใส
    • แก้ปัญหารูขุมขนกว้างได้อย่างเห็นผล
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

การทำ Peeling เหมาะกับใครบ้าง

สำหรับการทำ Peeling นั้นเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้

    • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนัง เช่น ปัญหาสิว ฝ้า กระ และริ้วรอย
    • ผู้ที่มีจุดรอยขี้แมลงวัน ก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

การทำ Peeling ไม่เหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง

การทำผลัดเซลล์ผิวนั้นไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวดังต่อไปนี้

    • ผู้ที่มีผิวหนังแพ้ง่าย เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้
    • ผู้ที่ชอบแกะ เกา หรือดึงหนังรอบใบหน้า ควรระมัดระวัง อย่าเผลอแกะออกเอง เนื่องจากวิธีนี้ ผิวหนังจะค่อยๆ หลุดลอกต่อเนื่องตามธรรมชาติ

Peeling vs Scrub ต่างกันอย่างไร?

การผลัดเซลล์ผิวหน้าแตกต่างกับ Scrub สครับยังไง? มาลองดูสรุปชัดๆ กันเลย!

      • สครับ (Scrub) คือ การขัดถูให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป
      • สครับจะมีเนื้อหยาบกว่า มักรู้สึกเหมือนมีเม็ดๆ มาถูบริเวณผิวหนัง
      • สครับไม่เหมาะกับผู้ที่มีสิว หรือผู้ที่ผิวบอบบาง
      • การผลัดเซลล์ผิวหน้า (Peeling) คือ การผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป แต่จะเป็นการใช้เนื้อเจล มาถูเบาๆ ทั่วหน้า
      • การผลัดเซลล์ผิวหน้ามีโอกาสการระคายเคืองน้อยกว่าแบบสครับ

เทคนิคการทำ Peeling จาก Better Me Clinic by Dr.Chanya

สำหรับการผลัดเซลล์ผิวหน้ากับทางชัญญาคลินิกมีคอร์สผลัดเซลล์ผิวสูตรพิเศษ Magic Peeling ซึ่งเป็นการใช้กรดผลไม้สูตรพิเศษในการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้าที่ไม่แข็งแรง ให้หลุดลอกออกไป และกระตุ้นให้เซลล์ใหม่ที่แข็งแรงมาแทนที่ โดยมีทั้งหมด 4 สูตร โดยแต่ละสูตรนั้นผ่านการปรับปรุงพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ได้แก่

    • Baby Peeling สำหรับผู้ที่ต้องการหน้าเด็ก เน้นผิวขาว เนื้อละเอียด ดูอ่อนโยน
    • Acne Peeling สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด ฯลฯ ซึ่ง สูตร Acne Peeling สามารถช่วยลดอาการสิวอักเสบ ฆ่าเชื้อสิว และยังทำให้สิวแห้งไวยิ่งขึ้น
    • Scar Peeling สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยแดง รอยดำ แผลเป็นจากสิว สูตร Scar Peeling ช่วยให้รอยเหล่านี้จางไวขึ้น และยังช่วยลดรอยแตกลายบริเวณตามร่างกาย หรือรอยแผลเป็นได้อีกด้วย
    • Poreless Peeling สำหรับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง เห็นริ้วรอยร่องตื้นต่างๆ ช่วยเน้นกระชับรูขุมขน ลดความมันของผิวหน้า หรือบริเวณลำตัว อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ดี

สิ่งควรรู้และข้อปฏิบัติก่อนผลัดเซลล์ผิวหน้า

ลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวดีไหม? และจำเป็นต้องรู้อะไรก่อนทำบ้าง? ทางชัญญาคลินิกได้รวบรวมวิธีการเตรียมตัวก่อนผลัดเซลล์ผิวหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ดังนี้

    • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจผลัดเซลล์ผิว เนื่องจากการประเมินด้วยสายตาตนเองนั้นเป็นการพิจารณาด้วยตนเองเบื้องต้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
    • ตรวจสภาพผิวหนังก่อนเริ่มทำ เพื่อที่จะได้รู้ว่าตนเองควรผลัดเซลล์ผิวถึงระดับใด
    • ควรงดการมาสก์หน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำการผลัดเซลล์ผิว

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังผลัดเซลล์ผิวหน้า

หลังจากผลัดเซลล์ผิวหน้าแล้ว มีข้อควรระวัง หรือผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง ดังนี้

    • ไม่ควรผลัดเซลล์ผิวหน้าบ่อยเกินไป ควรทิ้งระยะเวลาตามที่แพทย์แนะนำ
    • ไม่ควรผลัดเซลล์ผิวหน้าด้วยตนเอง และควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องกับแพทย์ผู้ดูแล
    • หากทำการผลัดเซลล์ผิวที่ระดับลึกมาก อาจมีอาการผิวตกสะเก็ด หรือมีอาการบวมแดง เป็นระยะเวลานาน
    • การผลัดเซลล์ผิวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัส

การดูแลหลังผลัดเซลล์ผิวหน้า

วิธีการดูแลตัวเองหลังจากการผลัดเซลล์ผิวหน้า มีดังนี้

    • ล้างหน้าได้ตามปกติ สามารถล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า หรือสบู่อ่อนๆ
    • หลีกเลี่ยงการออกแดด เพราะผิวหนังที่เพิ่งลอกออก จะมีความบางกว่าปกติ หากเจอแสงแดดมากๆ อาจเกิดภาวะผิวไหม้ได้
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำ Peeling ผลัดเซลล์ผิวหน้า ดังนั้น ทางชัญญาคลินิกได้รวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบแบบจบ ครบ ไว้ที่นี่เรียบร้อยแล้ว ดังนี้

ทำ Peeling ราคาเท่าไหร่?

สำหรับการทำ Peeling ผลัดเซลล์ผิวตอนที่ชัญญา คลินิกตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ราคาเพียง 2,000 บาท จากปกติ 3,000 บาท

ฉีดโบท็อกซ์มาทำ Peeling ได้หรือไม่?

สามารถทำได้เลย โดยหลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด

Peeling ควรทำทุกๆ กี่เดือน?

การผลัดเซลล์ผิวหน้า หรือ Peeling นั้นควรทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน และควรทำทุกๆ 2-4 สัปดาห์

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ