🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

โปรแกรม Radiesse VS Sculptra อยากผิวแน่น เฟิร์มขึ้น ควรเลือกตัวไหน? รีวิว + ราคา + วิธีเลือก

โปรแกรม Radiesse และ Sculptra ช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้นได้ทั้งคู่ เพราะทั้งสองกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง ไม่ใช่แค่เติมเต็มแบบโปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไป จุดต่างอยู่ที่ความเร็วของผลลัพธ์ โปรแกรม Radiesse เห็นผลหลังฉีดเพราะมีเนื้อเจลช่วยให้หน้าอิ่มฟูได้เลย ส่วน โปรแกรม Sculptra ค่อยๆ สร้างคอลลาเจนสะสม 3–6 เดือน ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่า
หากต้องการผลลัพธ์เร็วและปรับรูปหน้าให้คมชัดโปรแกรม Radiesse ตอบโจทย์กว่า หากต้องการให้ผิวแน่นเฟิร์มแบบค่อยเป็นค่อยไปแลดูเป็นธรรมชาติ โปรแกรมSculptra เหมาะกว่า และถ้าต้องการทั้งสองอย่างพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ร่วมกันได้

โปรแกรม Radiesse คืออะไร และทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Radiesse เป็นการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีสองส่วนทำงานพร้อมกัน ส่วนแรกคือเนื้อเจลที่ช่วยให้หน้าอิ่มฟูขึ้นหลังฉีด ส่วนที่สองคืออนุภาคแคลเซียม (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ที่ทำหน้าที่เป็นโครง ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ในระยะยาว ผลจึงไม่ได้หยุดแค่วันที่ฉีด แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยโปรแกรม Radiesse กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I เพิ่มขึ้น 150% คอลลาเจน Type III 130% และอีลาสติน 260%


การฉีดโปรแกรม Radiesse ใช้เพียง 1–2 กล่องต่อครั้ง หลังฉีดไม่จำเป็นต้องนวด สามารถกระจายตัวเองได้เลย ถ้าพอใจผลหลังฉีด 1 เดือน สามารถฉีดซ้ำได้หากต้องการ

โปรแกรม Sculptra คืออะไร และทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Sculptra เป็นการฉีดกรดโพลีแลคติก (Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA) เข้าไปใต้ผิว ร่างกายจะรับรู้และตอบสนองด้วยการส่งเซลล์มาสร้างคอลลาเจนล้อมรอบ ผลจึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติในช่วง 3–6 เดือน โดย โปรแกรม Sculptra จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ถึง 66.5% และอีลาสตินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิวในระยะยาว
การฉีดโปรแกรม Sculptra ใช้ 1–2 ขวดต่อครั้ง ทุก 4–6 สัปดาห์ รวม 3 ครั้ง และหลังฉีดต้องนวดบริเวณที่ฉีดเบาๆ หลายครั้งต่อวันในช่วง 5 วันแรก เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ

โปรแกรม Radiesse vs Sculptra ต่างกันตรงไหน?

คุณสมบัติ โปรแกรม Radiesse โปรแกรม Sculptra
สารสำคัญ
แคลเซียมในเนื้อเจล (CaHA)
กรดโพลีแลคติก (PLLA)
การเห็นผล
ผิวอิ่มฟูหลังฉีด
ค่อยๆ สะสม 3–6 เดือน
จำนวนครั้ง
1–2 กล่อง ฉีด 1 ครั้ง
1–2 ขวด ทุก 4–6 สัปดาห์ รวม 3 ครั้ง
การนวดหลังฉีด
ไม่จำเป็น
ต้องนวด 5 วันแรก
ระยะผลลัพธ์
25 เดือน
24 เดือน
เหมาะกับ
หน้าดูไม่อิ่มฟู ร่องลึก ต้องการผลลัพธ์เร็ว
หน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หน้าโทรมเหนื่อยล้า

ทั้งสองตัวช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้นทั้งคู่ โดย โปรแกรม Sculptra เหมาะกับการฟื้นฟูผิวโดยรวมแบบค่อยเป็นค่อยไปให้หน้าดูอิ่มแลดูเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ โปรแกรม Radiesse ให้ผลกระชับและปรับรูปหน้าชัดเจนหลังฉีดและควบคู่กับการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว

ใครเหมาะกับ โปรแกรม Radiesse และ Sculptra?

เหมาะกับ โปรแกรม Radiesse เมื่อ:

  • หน้าดูไม่อิ่มฟู แก้มตอบ ร่องแก้มลึก อยากเติมเต็มบริเวณเฉพาะจุด เช่น ร่องแก้ม คาง เส้นขอบหน้า
  • ต้องการผลลัพธ์หลังฉีด
  • ต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัดขึ้น
  • ต้องการผิวดีขึ้นโดยไม่อยากฉีดฟิลเลอร์แบบเดิม

หลังการฉีดโปรแกรม Radiesse 93% ของคนที่ฉีด รู้สึกว่าหน้าดีขึ้นชัดเจนที่ 6 เดือน และยังเห็นผลต่อเนื่องกว่า 90% หลังครบ 1 ปี

เหมาะกับ โปรแกรม Sculptra เมื่อ:

  • หน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หน้าโทรมเหนื่อยล้า
  • อยากได้ผลที่ค่อยๆ ดีขึ้นแลดูป็นธรรมชาติ
    ต้องการฟื้นฟูผิวโดยรวมทั้งหน้า ไม่ใช่แค่เติมจุดใดจุดหนึ่ง
  • อยากให้ผิวดูอ่อนเยาว์และอิ่มฟูขึ้นโดยรวม

86% ของผู้ทดลองฉีดโปรแกรม Sculptra มี Jawline ชัดขึ้นหลังครบ 2 ปี และ 95% รู้สึกว่าผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน


ไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับตัวไหน? นัดปรึกษาแพทย์ฟรี แพทย์จะช่วยประเมินโครงสร้างใบหน้าและแนะนำโปรแกรมที่ตรงกับปัญหาจริงๆ ก่อนตัดสินใจ

ใครไม่เหมาะและข้อระวังที่ควรรู้ก่อนฉีด

ไม่ควรฉีดทั้ง โปรแกรม Radiesse และ Sculptra เมื่อ:

  • แพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือมีประวัติแพ้รุนแรง
  • มีปัญหาเลือดแข็งตัวผิดปกติหรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่
  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีดอยู่
  • อายุต่ำกว่า 18 ปี

ข้อระวังเฉพาะของโปรแกรม Sculptra:

  • คนที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนอาจเพิ่มความเสี่ยง

สิ่งที่ควรทำก่อนฉีดทั้งสองตัว:

  • หยุด Retinol และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น Ibuprofen อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงช้ำ
  • ถ้าเพิ่งทำเลเซอร์หรือฉีดฟิลเลอร์มา ควรรอให้ครบ 4 สัปดาห์ก่อน
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากเคยทำโปรแกรมร้อยไหมหรือหัตถการอื่นในบริเวณที่จะฉีด

โปรแกรม Radiesse ราคาเท่าไหร่? Sculptra ราคาเท่าไหร่?

ราคาของทั้งสองโปรแกรมในตลาดไทยขึ้นอยู่กับจำนวนที่ใช้และความชำนาญของแพทย์ โดยทั่วไป โปรแกรม Radiesse อยู่ที่ประมาณ 8,000–15,000 บาทต่อกล่อง และ โปรแกรม Sculptra อยู่ที่ประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อขวด ซึ่ง โปรแกรม Sculptra ต้องฉีดหลายครั้ง
สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือจำนวนที่ใช้และความชำนาญของแพทย์ในการวางตำแหน่งฉีดให้ตรงกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

ใช้โปรแกรม Radiesse และ Sculptra ร่วมกันได้ไหม?

สามารถใช้ร่วมกันได้ หลายคนได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ทั้งสองร่วมกัน โดยให้โปรแกรม Radiesse ช่วยปรับรูปหน้าและทำให้หน้าอิ่มฟูขึ้นหลังฉีด ขณะที่โปรแกรม Sculptra ค่อยๆ ฟื้นฟูผิวโดยรวมในระยะยาว แพทย์จะเป็นคนประเมินว่าโครงหน้าและปัญหาของแต่ละคนเหมาะกับโปรแกรมแบบไหน

รีวิวผลลัพธ์ ก่อน-หลัง ทำโปรแกรม Radiesse และ Sculptra ที่ Better Me Clinic

โปรแกรม Radiesse และ Sculptra ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน เพื่อให้ผิวแน่น เฟิร์ม และอิ่มฟูแลดูเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์จะประเมินและเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

ทำไมต้องฉีด โปรแกรม Radiesse และ Sculptra ที่ Better Me Clinic?

เลือกคลินิกที่ใช่สำคัญพอๆ กับเลือกโปรแกรมที่ใช่ Better Me Clinic มีจุดที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน


แพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์จริง คุณหมอมีประสบการณ์ด้านความงามมายาวนานกว่า 8 ปี และเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM อเมริกา ซึ่งปัจจุบันเป็นคนเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองนี้


เทคนิคเฉพาะจากเกาหลี Better Me Clinic เน้นการออกแบบผลลัพธ์ที่สวยงามและเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน ด้วยเทคนิคเฉพาะจากเกาหลีที่ปรับให้เหมาะกับโครงหน้าคนไทย


เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย แพทย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับความสบายของคนไข้ทุกเคส


มาตรฐานระดับสากล คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย


ดูแลต่อเนื่องหลังทำ Better Me Club บริการให้คำแนะนำผ่านแอดมินสายตรงหลังทำ เพราะการดูแลหลังฉีดสำคัญไม่แพ้ตัวโปรแกรม
เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจในราคาที่จับต้องได้ นัดประเมินผิวฟรีกับแพทย์ Better Me Clinic วันนี้

FAQ: คำถามที่คนถามบ่อยก่อนฉีด โปรแกรม Radiesse และ Sculptra

Q: เจ็บไหม? มีเวลาพักฟื้นไหม? A: ทั้งสองตัวเจ็บน้อย แพทย์มักใช้ยาชาก่อนฉีด อาจมีบวมช้ำเล็กน้อยหลังฉีด 1–3 วัน กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที

Q: โปรแรกม Sculptra กับ Radiesse ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ธรรมดายังไง? A: โปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไปเช่น Hyaluronic Acid เติมเต็มโดยตรงและสลายตัวไปตามเวลา แต่ทั้งโปรแกรม Sculptra และ Radiesse กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง ผลจึงแลดูเป็นธรรมชาติกว่าและอยู่ได้นานกว่า

Q: ผลอยู่ได้นานแค่ไหน? A: โปรแกรมRadiesse อยู่ได้ประมาณ 25 เดือน และโปรแกรมSculptra อยู่ได้ประมาณ 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลตัวเอง และจำนวนที่ใช้

Q: ฉีดแล้วแลดูเป็นธรรมชาติไหม? A: ทั้งสองตัวให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ เพราะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง ไม่ใช่การเติมให้บวมนูน คนรอบข้างจะรู้สึกว่าหน้าดูดีขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่รู้ว่าทำอะไร

Q: ฉีดแล้วต้องดูแลตัวเองยังไง? A: โปรแกรมRadiesse ไม่ต้องนวด แค่หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ฉีด ส่วน โปรแกรมSculptra ต้องนวดเบาๆ วันละหลายครั้งในช่วง 5 วันแรก ทั้งสองตัวควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันสม่ำเสมอหลังฉีด

สรุป: โปรแกรม Radiesse vs Sculptra เลือกอะไรดี?

ถ้าอยากเห็นผลทันทีและต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัดโปรแกรม Radiesse ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอยากฟื้นฟูผิวโดยรวมให้หน้าดูกระชับและอิ่มเอิบแลดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว โปรแกรม Sculptra เหมาะกว่า และถ้าต้องการทั้งสองอย่างพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ร่วมกันได้
ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าจริงก่อน เพราะปัญหาและโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกโปรแกรมที่ใช่ตั้งแต่ต้นให้ผลดีกว่าเสมอ

อ้างอิง 

Drugs.Com.Radiesse ,(https://www.drugs.com/radiesse.html) , 5 กันยายน 2568

Sculptra.Discovery Sculptra,(https://www.sculptrausa.com/explore-sculptra), เข้าถึง 21 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ