fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

chanya-new-m-logo

เมโสฝ้าคืออะไร เห็นผลนานไหม ช่วยรักษาผิวหน้าให้ขาวใสอย่างไร

เมโสฝ้าคืออะไร เห็นผลนานไหม ช่วยรักษาผิวหน้าให้ขาวใสอย่างไร
เมโสฝ้าคืออะไร เห็นผลนานไหม ช่วยรักษาผิวหน้าให้ขาวใสอย่างไร

ปัญหาฝ้าเป็นอีกสิ่งที่อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง เพราะการอาศัยในประเทศเขตร้อนเป็นอีกตัวแปรที่ก่อให้เกิดฝ้าได้ง่าย ยังไม่รวมถึงการกลับมาเกิดซ้ำของฝ้าที่ทำให้ยากต่อการรักษาอีกด้วย แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการเสริมความงามมีการพัฒนาอยู่เสมอ ปัญหาฝ้ากวนใจจึงสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำเมโสฝ้า เบธเธอร์ มี คลินิก บาย ดร.ชัญญา จะพาทุกคนไปรู้จักกับเมโสฝ้ากัน

ทำความรู้จักกับ ฝ้า คืออะไร

ทำความรู้จักกับ ฝ้า คืออะไร

ก่อนอื่นต้องรู้จักก่อนว่าฝ้านั้นคืออะไร ก่อให้เกิดผลเสียกับผิวอย่างไรบ้าง โดยฝ้านั้นก็คือการที่ผิวของเราโดนรังสี UV จากแสงแดดมากไป จนทำให้การผลิตเม็ดสีเมลาโทนินมากขึ้น ส่งผลให้เกิดฝ้าตามมา หรือในบางคน อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้เครื่องสำอาง หรือกินยาบางตัวที่กระตุ้นทำให้เกิดฝ้าได้ด้วยเช่นกัน ลักษณะของฝ้าจะมีรอยสีน้ำตาลหรือดำในบางบริเวณเป็นปื้นยาว เช่น แก้ม จมูก หรือโหนกแก้ม

ประเภทของฝ้า มีกี่ประเภท

ประเภทของฝ้า มีกี่ประเภท

ฝ้ามีหลายประเภทขึ้นอยู่กับว่าได้มาจากใด เช่น จากการโดนแสงแดด หรือแสงไฟ เป็นระยะเวลานาน หรือปัจจัยอื่นๆ โดยฝ้ามีทั้งหมด 4 ประเภท คือ

ฝ้าเลือด (Vascular melasma)

เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยบนผิวหน้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใช้เครื่องสำอาง ยา ที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม โดยมากมักจะเกิดในผู้ที่ผิวมีความบอบบาง ไวต่อแสง มักจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าชาย ฝ้าชนิดนี้กระจุกตัวกันอยู่ใต้ชั้นผิวหนังที่ลึกทำให้ยากต่อการรักษา มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล แดง

ฝ้าแดด (Sunburn)

การเกิดของฝ้าประเภทนี้ส่วนใหญ่มักเป็นการที่ผิวหน้าเผชิญกับแสงแดดโดยตรงเป็นระยะเวลานาน ทำให้แสงแดดเข้าทำลายชั้นผิวก่อให้เกิดฝ้าแดด มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลคล้ำ หรือในบางรายเป็นสีเทาอมม่วง และมีแนวโน้มที่รอยฝ้าจะเข้มขึ้นได้อีก

ฝ้าตื้น (Epidermal)

ฝ้าตื้นจะเกิดในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งจะทำให้การเห็นหรือการเกิดของฝ้าชนิดนี้มีขอบเขตที่ค่อนข้างชัดเจน ส่วนมากจะมีลักษณะแบบสีน้ำตาล หรืออาจมีสีเข้มแบบสีเทาดำได้ การเกิดของฝ้าชนิดนี้ส่วนใหญ่มาจากการโดนแสงแดด

ฝ้าลึก (Dermal)

ฝ้าลึกจะเกิดในชั้นผิวหนังแท้สาเหตุอาจเป็นได้จากทั้งการโดนแสงแดด หรือได้รับยา เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งฝ้าชนิดนี้จะยากต่อการรักษาเนื่องจากอยู่ในชั้นผิวที่ลึกลงไป จะมีลักษณะออกเป็นสีม่วงผสมน้ำเงิน

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้า

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้า

โดยรวมแล้ว การเกิดของฝ้าแต่ละประเภทนั้นมีสาเหตุดังนี้

  • การโดนแสงแดด โดยอาจจะต้องเผชิญกับแสงแดดมาเป็นระยะเวลานาน และไม่ได้รับการบำรุงอย่างทั่วถึง ทำให้รังสี UV ทำลายชั้นผิวจนก่อเกิดฝ้า
  • การโดนแสงไฟ ผู้ที่ทำงานหน้าแสงไฟ อย่างดารา นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ก็อาจได้รับผลกระทบจากการโดนแสงไฟส่องหน้าเป็นระยะเวลานานและทำให้เกิดฝ้า
  • ใช้เครื่องสำอาง หรือยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์
  • ผู้ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป หรือสตรีมีครรภ์จะมีโอกาสเกิดฝ้าสูง
  • พันธุกรรม

เมโสฝ้า หรือ Meso Melasma คืออะไร

เมโสที่เคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ นั้นมีหลายสูตร สำหรับการรักษาฝ้านั้นจะเป็นเมโสฝ้าโดยเฉพาะที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ โดย Meso Melasma นั้น ก็คือการใช้เข็มเล็กๆ จิ้มเข้าไปเพื่อกระตุ้นการทำงานของผิวในชั้นใต้ผิวหนังให้กลับมากระจ่างใส และเห็นผลได้ไวกว่าการใช้ครีมเพียงอย่างเดียว โดยสิ่งที่ฉีดเข้าไปนั้นจะเป็นสารอาหารหรือแร่ธาตุที่จำเป็นกับผิว และทำการชะลอการทำงานของเม็ดสีเมลาโทนินที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนของเซลล์ผิวและก่อให้เกิดฝ้า อีกทั้งการทำ meso melasma ยังได้ผลลัพธ์อื่นๆ เช่น ทำให้หน้ากระจ่างใส และสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นมาได้อีกด้วย

เมโสฝ้าช่วยรักษาอะไรได้บ้าง

เมโสฝ้าช่วยรักษาอะไรได้บ้าง

หากมีปัญหาฝ้าที่คอยทำให้เกิดความไม่มั่นใจจนอยากกำจัด เมโสฝ้าจะช่วยแก้ปัญหาดังนี้

  • ช่วยรักษาฝ้า หรือรอยดำของสิว และลดกระบนใบหน้า
  • ทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ผิวเรียบเนียน มีความสม่ำเสมอมากขึ้น
  • เมโสฝ้าจะลดการสร้างเม็ดสี ตัวการที่ทำให้เกิดฝ้า หรือกระได้
ข้อดีของการฉีดเมโสฝ้า (Meso Melasma)

ข้อดีของการฉีดเมโสฝ้า (Meso Melasma)

ข้อดีหลักๆ ของการฉีด meso melasma คือ

  • ช่วยลดเลือนฝ้า กระ หรือจุดด่างดำบนใบหน้าที่ทำให้ไม่มั่นใจ
  • ผิวจะเรียบเนียน ดูกระจ่างใสมากขึ้น รวมถึงสีผิวก็จะดูสม่ำเสมอ
  • ใช้เวลารักษาไม่นาน และไม่เจ็บ
  • เห็นผลได้ไวกว่าการทาครีมเพียงอย่างเดียว
  • ตัวยาซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้โดยตรง จึงเห็นผลได้ชัดเจน
  • ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
  • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง
ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดเมโสฝ้า

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดเมโสฝ้า

สำหรับหัตถการฉีดเมโสฝ้านั้นจะเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูเรื่องผิวดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่ต้องการฉีดเมโสเพื่อลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ อันเกิดจากการโดนแสงแดดหรือแสงไฟเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาฝ้า จากการใช้เครื่องสำอาง หรือยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวแล้วไม่มีเวลาดูแลตัวเองมาก จะเหมาะกับการฉีดเมโสรักษาฝ้า เพราะไม่ต้องพักฟื้นนาน และสามารถใช้ใบหน้าได้เลย
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอกันจากการเกิดฝ้า

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสฝ้า

การฉีดเมโสเพื่อความต้องการรักษาฝ้านั้น โดยปกติจะต้องฉีดซ้ำทุก 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อให้ฝ้าจางลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนว่าจะมีรอยจางช้าหรือเร็ว ภายหลังการฉีดเมโสฝ้า อาจเกิดรอยเข็มตามใบหน้าที่ปกติจะหายไปเองในช่วง 3 วัน หรือบางรายอาจมีตุ่มนูนเล็กๆ ในจุดที่ฉีดเมโสฝ้า แต่ก็จะค่อยๆ หายไปเมื่อยาซึมเข้าสู่ชั้นผิว

ดังนั้น การรักษาหรือเสริมความงามควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เหมือนอย่างที่เบธเธอร์ มี คลินิก บาย ดร.ชัญญา มีทีมแพทย์โดยเฉพาะในการให้บริการ

ขั้นตอนการฉีดเมโสฝ้า (Meso Melasma)

ก่อนทำหัตถการควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านนั้น อย่างการทำเมโสฝ้า ก็ควรพูดคุยกับหมอเพื่อให้ทราบถึงขนาดความลึกของเข็มที่จะใช้ในการฉีดเมโสเพื่อรักษาฝ้า หรือข้อมูลอื่นๆ เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วจึงทำการฉีดได้ โดยขั้นตอนของการฉีดเมโสฝ้ามีดังนี้

  • ทายาชาทั่วใบหน้าแล้วคลุมใบหน้าด้วยพลาสติกแรป เป็นระยะเวลาประมาณ 30 – 45 นาที ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ยาชาระเหยออกไปหมด
  • เริ่มลงเข็มสำหรับการทำเมโสรักษาฝ้า เข็มที่ใช้อาจมีความลึกแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพผิว เช่น 0.25, 0.5, 0.75, 1  หรือ 2 มิล โดยใช้เวลาทำทั้งหมดประมาณ 10 – 15 นาที
  • เมื่อลงเข็มเสร็จแล้วจะประคบเย็น
  • พักประมาณ 30 นาที เพื่อให้หน้าหายจากอาการแสบร้อน หรือแดง
  • ทายาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งเมื่อกลับถึงบ้าน

โดยปกติแล้วควรทำเมโสฝ้าทุกอาทิตย์ หรือเว้นระยะเวลาตามความเหมาะสมเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ และจะทำประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสฝ้า

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสฝ้า

หลังจากที่ทำเมโสฝ้าแล้ว ก็จะต้องดูแลตัวเองด้วยเช่นกันจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจน

  • เลี่ยงการล้างหน้าหลังจากทำเมโสฝ้าประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิว
  • เลี่ยงการแต่งหน้า ทาครีม ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังทำเมโสฝ้า
  • เลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์หน้าในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ
  • เลี่ยงการเจอแดด หรือปะทะกับแสงไฟโดยตรงหลังทำราว 2 วัน
  • ทาครีมบำรุงหรือครีมกันแดด
  • เลี่ยงการนวดผิวหลังทำ ปล่อยให้ตัวยาซึมซับลงชั้นผิวเอง
  • เลี่ยงการทาครีมรอบรอยเข็ม 1 คืน
  • หากมีอาการบวมแดงสามารถใช้การประคบเย็นได้
ฉีดเมโสฝ้า (Meso Melasma) กับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

ฉีดเมโสฝ้า (Meso Melasma) กับ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร

  • คุณหมอเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ความงามจากองค์กร ABAM จากอเมริกา คนเดียวในไทย
  • เทคนิคใหม่แบบ Better Me คลินิกเน้นการออกแบบที่สวยงาม เหมาะกับใบหน้าของคนไข้ด้วยเทคนิคเฉพาะจากประเทศเกาหลี
  • เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย คุณหมอทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
  • คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • Better Me Beauty Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง 
  • พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้

สรุป

เมโสฝ้า หรือ meso melasma คือการใช้เข็มฉีดลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้ผิวกลับมากระจ่างใส และสีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนฝ้า กระ หรือจุดด่างดำที่ทำให้ไม่มั่นใจ เพราะสิ่งที่ฉีดเข้าไปนั้นคือสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว และยังช่วยชะลอการทำงานของเมลาโทนินที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าด้วย อีกทั้งยังเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว โดยการฉีดเมโสฝ้าจะต้องปรึกษาหมอเกี่ยวกับความลึกของเข็มที่ต้องใช้เพราะจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพผิว ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน อย่างที่ Better Me Clinic เรามีหมอเฉพาะทางซึ่งชำนาญและมากประสบการณ์คอยให้บริการ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ก็ได้มาตรฐาน ดูผลลัพธ์ได้จากรีวิวมากมาย และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ภายหลังการทำเมโสฝ้าก็ควรดูแลผิวให้ดี ทาครีมสม่ำเสมอ เพื่อให้ใบหน้ากระจ่างใสและลดการกลับมาเกิดซ้ำของฝ้า

รีวิวฉีดเมโสฝ้า

รีวิวฉีดเมโสฝ้า
รีวิวฉีดเมโสฝ้า Better Me Clinic
รีวิวเมโสฝ้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมโสฝ้า (FAQ)

เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนทำเมโสฝ้า คลินิกเราได้รวบรวมข้อสงสัยมาตอบกันตรงนี้

1. เมโสฝ้า เห็นผลภายในกี่วัน?

เป็นคำถามที่ได้รับอย่างมากมายว่าการฉีดเมโสฝ้านั้น ต้องใช้เวลากี่วันจึงจะเห็นผล? โดยปกติแล้วจะเห็นผลลัพธ์ของความกระจ่างใสบนใบหน้า หรือสีผิวที่สม่ำเสมอ รวมถึงรอยฝ้าที่ลดเลือนลงในช่วง 3 วัน และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 1 เดือน ทั้งนี้ก็ควรกลับมาฉีดซ้ำทุกอาทิตย์หรือเว้นระยะอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผลลัพธ์คงทนมากขึ้น

2. ต้องฉีดเมโสฝ้าซ้ำกี่ครั้ง

สำหรับการฉีดเมโสเพื่อรักษาฝ้า จะฉีดซ้ำทุกสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจน ส่วนมากจะเห็นผลที่การฉีด 3 ครั้งขึ้นไป แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ฉีดเป็นคอร์ส หรือปรึกษาคุณหมอก่อนเพื่อจะได้ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำเมโสฝ้าและราคาที่จับต้องได้

3. ฉีดเมโสฝ้า อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดเมโสเพื่อรักษาฝ้าจะเห็นผลได้ประมาณ 1 – 2 เดือน หากได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง เช่น การเลี่ยงเจอแดด หรือทาครีมบำรุงด้วยเช่นกัน

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ