🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

โปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร ยกกระชับหน้าได้จริงไหม ต่างจาก โปรแกรม Ulthera รุ่นเดิมยังไง

เวลาผิวหน้าเริ่ม “หย่อน” มันไม่ใช่แค่เรื่องอายุอย่างเดียว

 คนที่เข้ามาปรึกษาเรื่องผิวหน้าหย่อนคล้อย ส่วนใหญ่ไม่ได้สงสัยว่า “แก่แล้วหรือยัง” แต่สงสัยมากกว่านั้นคือ ทำไมหน้าตัวเองดูเหมือนแรงโน้มถ่วงชนะไปแล้ว ทั้งที่อายุยังไม่มากขนาดนั้น กินอยู่ดูแลตัวเองก็ไม่ได้แย่ ทาครีมก็สม่ำเสมอ แต่เส้นกรอบหน้ากลับไม่คมชัดเหมือนก่อน แก้มเริ่มไหลลงมาใกล้แนวกราม
 
ความจริงคือ ผิวหน้าไม่ได้หย่อนเพราะ “ผิวชั้นบน” อย่างเดียว สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ อยู่ลึกกว่านั้น คือโครงสร้างผิวชั้นที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน “โครงยึด” ใบหน้า ซึ่งพอโครงตรงนี้อ่อนแรงลง ผิวชั้นบนที่แปะอยู่ก็ตามหย่อนไปด้วย นี่คือเหตุผลที่หลายคนทาครีมยกหน้าเท่าไหร่ก็ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพราะครีมทำงานที่ผิวชั้นนอก แต่ปัญหาจริงอยู่ลึกกว่านั้นมาก
 
พอเรื่องนี้เริ่มเป็นที่เข้าใจกันมากขึ้น หัตถการกลุ่ม HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) แบบ โปรแกรม Ulthera จึงกลายเป็นตัวเลือกที่คนพูดถึงบ่อย เพราะออกแบบมาให้ทำงานที่ชั้นโครงสร้างตรงนั้นโดยตรง ไม่ใช่แค่ผิวชั้นบน และล่าสุดมีการพัฒนาต่อเป็น โปรแกรม Ulthera Prime ที่หลายคนสงสัยว่าต่างจากตัวเดิมตรงไหน คุ้มกว่าไหม แล้วเหมาะกับใครมากกว่ากัน
 

สัญญาณที่บอกว่าผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย (เช็กตัวเองก่อนตัดสินใจ)

ก่อนจะไปถึงเรื่องหัตถการ ลองสำรวจตัวเองก่อนว่าอยู่ในระยะไหน เพราะระดับความหย่อนคล้อยมีผลต่อการเลือกวิธีดูแลอย่างมาก

    • เส้นกรอบหน้า (jawline) เริ่มไม่คมชัด มองเห็นเป็นเส้นตรงน้อยลง
    • แก้มเริ่มมีลักษณะ “ไหลลง” มาทางแนวปากหรือแนวกราม
    • มุมปากเริ่มตก ดูเหมือนสีหน้าเหนื่อยแม้จะไม่ได้เหนื่อยจริง
    • ผิวบริเวณใต้คางเริ่มมีลักษณะหย่อนเป็นชั้น
    • ถ่ายรูปมุมต่ำแล้วรู้สึกว่าหน้าไม่เหมือนตอนมองกระจกตรง ๆ

ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้แค่ 1-2 ข้อและเพิ่งเริ่มสังเกตเห็น มักอยู่ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่หัตถการแบบโปรแกรม HIFU อย่าง โปรแกรม Ulthera หรือ โปรแกรม Ulthera Prime มักถูกพิจารณาเป็นทางเลือกต้น ๆ แต่ถ้าหย่อนคล้อยชัดเจนมากแล้ว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ทำไมผิวหน้าถึงหย่อนคล้อย

ก่อนจะเลือกวิธีแก้ยกกระชับหน้า ควรเข้าใจต้นตอก่อน เพราะจะช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงจุดมากขึ้น และไม่เสียเวลาไปกับหัตถการที่ไม่ตรงกับปัญหาที่มีอยู่จริง

    1.  คอลลาเจนและอิลาสตินลดลงตามวัย โดยทั่วไปร่างกายเริ่มลดการสร้างคอลลาเจนตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป และอัตราการลดลงนี้จะเร่งขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ ทำให้ผิวชั้นโครงสร้างเสียความยืดหยุ่นและความหนาแน่นลงเรื่อย ๆ
    2. ไขมันใต้ผิวหน้าเคลื่อนตำแหน่ง หลายคนเข้าใจผิดว่าไขมันบนใบหน้า “หายไป” แต่ความจริงคือมันเคลื่อนตำแหน่งลงมาสะสมบริเวณล่างของใบหน้าตามแรงโน้มถ่วง ทำให้แก้มดูยุบตัวลง ขณะที่บริเวณกรอบหน้าและใต้คางดูหนาขึ้น
    3. กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานซ้ำ ๆ ในระยะยาว การแสดงออกทางสีหน้าบ่อย ๆ เช่น การหรี่ตา ยิ้ม หรือขมวดคิ้ว ในระยะยาวมีผลต่อความตึงของชั้นโครงสร้างและรูปแบบริ้วรอยที่เกิดขึ้น
    4. ปัจจัยแวดล้อมสะสม แสงแดด มลภาวะ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดสะสม ล้วนเร่งกระบวนการเสื่อมของโครงสร้างผิวให้เร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นตามอายุจริง
    5. โครงกระดูกใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงตามวัย อีกปัจจัยที่หลายคนไม่รู้คือ กระดูกใบหน้าเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามวัย ทำให้ “โครงรองรับ” ที่ผิวหนังเกาะอยู่เปลี่ยนไปด้วย นี่คือเหตุผลที่บางคนแม้จะดูแลผิวดีแค่ไหน ก็ยังมีสัญญาณความหย่อนคล้อยตามธรรมชาติ

จะเห็นว่าสาเหตุหลักอยู่ที่ “ชั้นลึก” ไม่ใช่ผิวชั้นบน นี่คือเหตุผลที่การแก้ปัญหาแบบตรงจุดต้องเลือกวิธีที่เข้าถึงชั้นนั้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทาหรือบำรุงผิวชั้นนอกเพียงอย่างเดียว

ทางเลือกในการดูแลผิวหน้าหย่อนคล้อยมีอะไรบ้าง

ในมุมของคนที่ทำงานด้านนี้มานาน ทางเลือกหลัก ๆ แบ่งกว้าง ๆ ได้ 3 กลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีเหตุผลในการเลือกที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่ตัวไหนดีกว่า แต่ต้องดูว่าปัญหาของแต่ละคนอยู่ระดับไหนและเป้าหมายคืออะไร

กลุ่มที่ 1: ดูแลผิวชั้นบน

เช่น ทรีตเมนต์บำรุงผิว การกระตุ้นผิวด้วยหัตถการระดับตื้น เหมาะกับคนที่ผิวยังไม่หย่อนมาก แต่ต้องการผิวดูสุขภาพดีขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น ไม่ได้เน้นแก้เรื่องโครงหน้าโดยตรง

กลุ่มที่ 2: พลังงานคลื่นเสียง/คลื่นวิทยุที่เข้าชั้นลึกโดยไม่ผ่าตัด

เช่น โปรแกรม Ulthera หรือ Ulthera Prime กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่เริ่มเห็นผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับหน้า แต่ยังไม่มากถึงขั้นต้องผ่าตัด เพราะทำงานที่ชั้นโครงสร้างโดยตรงแต่ไม่ต้องมีแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน

กลุ่มที่ 3: ศัลยกรรม

เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อยชัดเจนมาก ซึ่งต้องทำในสถานพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดตามที่กฎหมายกำหนด และต้องประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางก่อนเสมอ วิธีนี้ให้ผลที่ชัดเจนกว่าในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยระดับมาก แต่ต้องแลกกับการพักฟื้นและความเสี่ยงที่มากกว่า

การเลือกกลุ่มที่เหมาะสม สำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อเครื่องมือ เพราะถ้าเลือกกลุ่มผิดตั้งแต่แรก ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ตรงกับสิ่งที่คาดหวังไว้ เช่น คนที่ผิวหย่อนคล้อยระดับมากแล้วไปเลือกทำแค่ทรีตเมนต์ผิวชั้นบน ก็อาจรู้สึกว่า “ทำแล้วไม่เห็นผล” ทั้งที่จริง ๆ แล้วเลือกกลุ่มหัตถการไม่ตรงกับระดับปัญหาตั้งแต่แรก

โปรแกรม Ulthera คืออะไร

โปรแกรม Ulthera เป็นชื่อทางการค้าของเครื่องมือแพทย์ในกลุ่ม HIFU ที่ใช้หลักการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัสเป็นจุดเล็ก ๆ ลงไปยังผิวชั้นลึก โดยเฉพาะชั้นที่เรียกว่าโครงสร้างในใบหน้า หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่าชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดกล้ามเนื้อกับผิวหนังเอาไว้ด้วยกัน

พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากคลื่นอัลตราซาวด์จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณนั้น ทำให้เนื้อเยื่อค่อย ๆ กระชับตัวขึ้นตามกลไกธรรมชาติของร่างกายเอง ไม่ใช่การดันหรือดึงผิวจากภายนอกแบบการทำหัตถการบางประเภท

จุดที่ทำให้เทคโนโลยีกลุ่มนี้ถูกพูดถึงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ

    • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องมีแผล
    • ทำงานที่ชั้นลึกกว่าการทำเลเซอร์ผิวทั่วไปที่เน้นผิวชั้นบน
    • สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกัน (ควรสอบถามคำแนะนำการดูแลผิวหลังทำจากแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยตรง เพราะแต่ละเคสอาจมีรายละเอียดต่างกัน)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Ulthera รุ่นเดิมได้ที่นี่

โปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร

โปรแกรม Ulthera Prime คือการพัฒนาต่อจากเครื่องรุ่นก่อน โดยยังใช้หลักการเดียวกันคือคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นโครงสร้างผิว แต่มีการปรับปรุงในเชิงเทคนิคของหัวปล่อยพลังงานและระบบควบคุม ทำให้การกระจายพลังงานในแต่ละจุดมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และสามารถวางแผนจำนวนจุดยิงต่อพื้นที่ได้ละเอียดขึ้นตามลักษณะผิวของแต่ละคน

พูดง่าย ๆ คือโปรแกรม Ulthera Prime ไม่ใช่หัตถการคนละชนิดกับโปรแกรม Ulthera รุ่นเดิม แต่เป็นเวอร์ชันที่ปรับหัวเครื่องและซอฟต์แวร์ควบคุมให้ตอบสนองกับพื้นที่ผิวหน้าที่มีความหนาไม่เท่ากันได้ดีขึ้น เช่น บริเวณกรอบหน้ากับบริเวณใต้คางที่ผิวมีความหนาต่างกันอย่างชัดเจน การปรับความละเอียดของจุดยิงให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ จึงเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นในเวอร์ชันนี้

หลักการทำงานของโปรแกรม Ulthera Prime

ใช้หลักการที่เรียกว่า Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V ซึ่งเป็นชื่อเรียกเฉพาะของคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัสที่มาพร้อมระบบมองเห็นชั้นผิวไปพร้อมกัน จุดเด่นของ MFU-V คือแพทย์ไม่ได้ปล่อยพลังงานแบบสุ่มตำแหน่ง แต่เห็นภาพตัดขวางของผิวหนังบนหน้าจอก่อน แล้วจึงเลือกความลึกที่จะโฟกัสพลังงานลงไป

ตำแหน่งที่ MFU-V เลือกโฟกัสได้คือชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้อ้างอิงเวลาทำศัลยกรรมดึงหน้าแบบผ่าตัด กล่าวคือโปรแกรม Ulthera Prime เข้าถึงชั้นนี้ผ่านพลังงานคลื่นเสียงจากภายนอกโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด เมื่อพลังงานไปกระตุ้นชั้น SMAS เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นจะเริ่มมีปฏิกิริยาซ่อมแซมตัวเอง และร่างกายจะทยอยสร้างคอลลาเจนกับอิลาสตินขึ้นใหม่ตามกระบวนการทางชีวภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จ

โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง

ถ้าเทียบกับโปรแกรม Ulthera รุ่นเดิม จุดที่ Ulthera Prime ถูกปรับปรุงขึ้นมาชัดเจนมี 2 เรื่องหลัก คือความเร็วในการทำงานของเครื่อง และระบบแสดงผลที่ช่วยแพทย์วางแผนการรักษา

ระบบประมวลผลที่เร็วขึ้น

เครื่องรุ่นนี้ถูกออกแบบให้ประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ผลที่ตามมาคือระยะเวลาโดยรวมของการทำหัตถการในแต่ละครั้งสั้นลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาจำกัดหรือรู้สึกว่าการนั่งนิ่งเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่ไม่สะดวก ทั้งนี้ระยะเวลาจริงในแต่ละเคสยังขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนจุดที่แพทย์วางแผนรักษาด้วย

หน้าจอแสดงผลที่คมชัดขึ้นและระบบมองเห็นผิวแบบเรียลไทม์

อีกจุดที่เปลี่ยนไปคือหน้าจอควบคุมของเครื่อง ซึ่งมีความละเอียดเพิ่มขึ้นราว 35% จากเดิม พร้อมขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้แพทย์มองเห็นภาพชั้นผิวระหว่างการรักษาได้ชัดเจนขึ้นแบบเรียลไทม์ จุดนี้มีผลโดยตรงต่อการทำงานของแพทย์ เพราะเมื่อเห็นชั้นผิวชัดเจนขึ้น การวางแผนปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณของใบหน้าก็ทำได้ละเอียดขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในจุดที่ผิวมีความหนาไม่เท่ากัน เช่น บริเวณกรอบหน้าเทียบกับบริเวณใต้คาง

ความต่างของสองรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงานพื้นฐาน (ยังเป็นคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเหมือนเดิม) แต่อยู่ที่เครื่องมือช่วยแพทย์ทำงาน ให้มีความละเอียดและรวดเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อประสบการณ์ของคนไข้ระหว่างทำหัตถการ

โปรแกรม Ulthera Prime แตกต่างจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง

ถ้าเทียบกับโปรแกรม Ulthera รุ่นเดิม จุดที่ Ulthera Prime ถูกปรับปรุงขึ้นมาชัดเจนมี 2 เรื่องหลัก คือความเร็วในการทำงานของเครื่อง และระบบแสดงผลที่ช่วยแพทย์วางแผนการรักษา

ระบบประมวลผลที่เร็วขึ้น

เครื่องรุ่นนี้ถูกออกแบบให้ประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ผลที่ตามมาคือระยะเวลาโดยรวมของการทำหัตถการในแต่ละครั้งสั้นลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาจำกัดหรือรู้สึกว่าการนั่งนิ่งเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่ไม่สะดวก ทั้งนี้ระยะเวลาจริงในแต่ละเคสยังขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนจุดที่แพทย์วางแผนรักษาด้วย

หน้าจอแสดงผลที่คมชัดขึ้นและระบบมองเห็นผิวแบบเรียลไทม์

อีกจุดที่เปลี่ยนไปคือหน้าจอควบคุมของเครื่อง ซึ่งมีความละเอียดเพิ่มขึ้นราว 35% จากเดิม พร้อมขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้แพทย์มองเห็นภาพชั้นผิวระหว่างการรักษาได้ชัดเจนขึ้นแบบเรียลไทม์ จุดนี้มีผลโดยตรงต่อการทำงานของแพทย์ เพราะเมื่อเห็นชั้นผิวชัดเจนขึ้น การวางแผนปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณของใบหน้าก็ทำได้ละเอียดขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในจุดที่ผิวมีความหนาไม่เท่ากัน เช่น บริเวณกรอบหน้าเทียบกับบริเวณใต้คาง

ความต่างของสองรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงานพื้นฐาน (ยังเป็นคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเหมือนเดิม) แต่อยู่ที่เครื่องมือช่วยแพทย์ทำงาน ให้มีความละเอียดและรวดเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อประสบการณ์ของคนไข้ระหว่างทำหัตถการ

เปรียบเทียบโปรแกรม Ulthera กับ Ulthera Prime

หัวข้อ โปรแกรม Ulthera โปรแกรม Ulthera Prime
เทคโนโลยีพลังงาน
Micro‑Focused Ultrasound
Micro‑Focused Ultrasound รุ่นใหม่
การวางจุดยิง
กำหนดตามมาตรฐานเดิมของเครื่อง
ปรับความละเอียดของจุดยิงตามความหนาผิวแต่ละบริเวณได้มากขึ้น
ความรู้สึกระหว่างทำ
อาจรู้สึกเจ็บหรืออุ่นตามระดับพลังงานที่ใช้
รู้สึกเจ็บน้อยกว่า
ระยะเวลาในการทำหัตถการ
45 – 60 นาที
ใชัระยะเวลาเร็วกว่า 10-20%
เหมาะกับใคร
คนที่ผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
คนที่ต้องการความละเอียดในการวางแผนจุดยิงตามสภาพผิวเฉพาะบุคคล

ความต่างของสองเวอร์ชันนี้อยู่ที่ “รายละเอียดของการควบคุมพลังงานและการวางจุดยิง” ไม่ใช่คนละเทคโนโลยีกันคนละขั้ว ดังนั้นการเลือกว่าจะทำรุ่นไหน ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวหน้าจริงก่อน มากกว่าเลือกตามชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว  

นัดหมายเพื่อรับการประเมินจากทีมแพทย์เฉพาะทาง ก่อนวางแผนการรักษาที่ตรงจุด

รีวิวโปรแกรม Ulthera กับ Ulthera Prime ที่ Better Me Clinic

ใครควรพิจารณาทำโปรแกรม Ulthera กับ Ulthera Prime และใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

กลุ่มที่มักถูกพิจารณาให้เหมาะสม

    • คนที่เริ่มสังเกตเห็นผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับหน้า
    • คนที่ต้องการดูแลโครงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
    • คนที่มีเวลาจำกัด ไม่สะดวกพักฟื้นนาน

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

    • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
    • ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบในบริเวณที่จะทำหัตถการ
    • ผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกายบริเวณใกล้เคียง เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
    • ผู้ที่มีความคาดหวังผลลัพธ์แบบเทียบเท่าการผ่าตัด ซึ่งควรทำความเข้าใจก่อนว่ากลไกการทำงานต่างกัน

ทุกกรณีข้างต้นควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจร่วมกับคนไข้ ไม่ควรตัดสินใจเองจากข้อมูลทั่วไปเพียงอย่างเดียว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวโปรแกรม Ulthera Prime และการยกกระชับหน้า

โปรแกรม Ulthera Prime เจ็บกว่าตัวเดิมไหม ความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่แพทย์เลือกใช้ในแต่ละจุดและความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องเพียงอย่างเดียว

ทำครั้งเดียวพอไหม หรือต้องทำหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน แพทย์ผู้ประเมินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเคสนั้น ๆ บางคนอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งแรก แต่บางคนอาจต้องพิจารณาทำเพิ่มตามคำแนะนำของแพทย์

เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยระดับไหน เหมาะกับผิวที่เริ่มมีสัญญาณหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับหน้า ส่วนคนที่ผิวหย่อนคล้อยชัดเจนมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ต้องพักฟื้นกี่วัน โดยทั่วไปสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ตามปกติ แต่ควรสอบถามรายละเอียดการดูแลผิวหลังทำจากแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยตรง เพราะแต่ละเคสอาจมีคำแนะนำต่างกัน

ทำแล้วมีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ อาจมีอาการแดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำได้ในช่วงแรก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับทราบรายละเอียดและข้อควรระวังเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจทำเสมอ

อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะจะเริ่มทำ ไม่มีตัวเลขอายุตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนมากกว่าอายุจริง บางคนอายุน้อยแต่มีสัญญาณหย่อนคล้อยเร็วกว่าคนอื่นจากปัจจัยแวดล้อม จึงควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวจริงเป็นหลัก

ต่างจากการทำศัลยกรรมดึงหน้ายังไง โปรแกรมUlthera และ โปรแกรม Ulthera Prime ไม่ใช่การผ่าตัด เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกระชับขึ้นทีละน้อยตามกลไกธรรมชาติ ส่วนศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการปรับโครงสร้างโดยตรงผ่านการผ่าตัด ซึ่งต้องทำในสถานพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดและผ่านการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ทำโปรแกรม Ulthera Prime ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ทำร่วมกับหัตถการดูแลผิวชั้นบนอื่น ๆ ได้ แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผนการรักษาโดยรวม เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละหัตถการเสริมกันอย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อสภาพผิวของแต่ละคน

สรุปโปรแกรม Ulthera Prime สามารถช่วยยกกระชับหน้าจริงไหม

ขึ้นอยู่กับความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกการทำงานของมัน Ulthera Prime ไม่ได้ทำงานด้วยการ “ดัน” หรือ “รั้ง” ผิวจากภายนอกเหมือนหัตถการบางประเภท แต่ใช้พลังงานคลื่นเสียงโฟกัสไปกระตุ้นชั้น SMAS ให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น

จุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เป็นปฏิกิริยาทางชีวภาพของร่างกาย ไม่ใช่ผลที่เครื่องสร้างขึ้นโดยตรงในทันทีหลังทำเสร็จ จึงต้องใช้ระยะเวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์กว่าความเปลี่ยนแปลงจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดเจน และรูปแบบความเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

    • ระดับความหย่อนคล้อยของผิวก่อนเริ่มทำ
    • อายุและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของร่างกายแต่ละคน
    • การดูแลผิวและสุขภาพโดยรวมหลังทำหัตถการ
    • การวางแผนพลังงานและจุดยิงของแพทย์ผู้ทำหัตถการในแต่ละเคส

ด้วยเหตุนี้ การถามว่า “ยกกระชับหน้าได้จริงไหม” จึงตอบแบบเหมารวมทุกคนเป็นคำตอบเดียวไม่ได้ สิ่งที่ควรทำมากกว่าคือให้แพทย์ประเมินสภาพผิวหน้าจริงก่อน เพื่อดูว่าระดับความหย่อนคล้อยที่มีอยู่เหมาะกับกลไกการทำงานของหัตถการนี้มากน้อยแค่ไหน และควรวางแผนความถี่ในการทำอย่างไรจึงจะเหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน

อ้างอิง 

Microfocused Ultrasound With Visualization Induces Remodeling of Collagen and Elastin Within the Skin. PMC, National Institutes of Health.(https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11743342/), เข้าถึง 14 กรกฎาคม 2569

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ