fbpx

🔥 เปิดจอง! โปรทีมแพทย์ 9,999 ทุกศัลยกรรม ปาก, จมูก, คาง ( จำนวนจำกัด + ใกล้เต็มแล้วค่ะ ) 🔥

chanya-new-m-logo

เปิดสาเหตุตัวการฝ้ากระ ปัญหากวนใจที่ต้องรีบจัดการ

เปิดสาเหตุตัวการฝ้ากระ ปัญหากวนใจที่ต้องรีบจัดการ
เปิดสาเหตุตัวการฝ้ากระ ปัญหากวนใจที่ต้องรีบจัดการ

ดูแลผิวหน้าทุกวิธี แต่อยู่ดี ๆ ก็เป็นรอยปื้น ๆ สีน้ำตาล หลายคนเกิดปัญหาฝ้า กระ แบบไม่คาดคิดเพราะคิดว่าตัวเองดูแลผิวหน้าดีอยู่แล้วโดยไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดฝ้า กระ เมื่อรู้ตัวอีกทีอาจมีฝ้า กระ เกิดขึ้นแล้วบนใบหน้า แต่ปัญหาเหล่านี้จะไม่สายเกินแก้ถ้าได้อ่านบทความนี้!

ฝ้า กระ เป็นหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ แน่นอนว่าอายุก็เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดฝ้า กระ แต่การดูแลและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เร่งให้เกิดฝ้ากระนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจและควรได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มต้น 

สำหรับใครที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นรักษาฝ้า กระ อย่างไรให้เห็นผล อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าจุดเริ่มต้นและสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดฝ้ากระคืออะไร? และใช่อายุจริงหรือไม่? พร้อมทราบถึงวิธีการป้องกันให้หายและไม่กลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

ฝ้าคืออะไร?

ฝ้า (Melasma) คือ ลักษณะของสีผิวที่คล้ำ ดำ เป็นปื้น เกิดจากภาวะที่เซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเมลานินสามารถทำงานหนักขึ้น เป็นผลมาจากสาเหตุต่าง ๆ ทำให้บริเวณที่ได้รับการกระตุ้นจะมีผิวที่เข้มกว่าผิวบริเวณอื่นๆ โดยอาจเกิดเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม ในบางรายที่ได้รับการกระตุ้นมากๆ อาจเกิดเป็นรอยปื้นสีดำได้

การเกิดฝ้ามักพบได้บ่อยในบริเวณที่ผิวหนังได้รับแสงแดดมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่จะพบที่ใบหน้า เช่น ในบริเวณหน้าผาก แก้ม จมูก ผิวเหนือริมฝีปากบน และกราม เป็นต้น ความชุ่มชื้นของอากาศและปัจจัยที่ทำให้ผิวหนังแห้งเสียเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เม็ดสีทำงานมากขึ้นได้เช่นกัน

ฝ้ามักเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีอายุระหว่าง 30-40 ปี แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดฝ้าได้ เช่น พันธุกรรม การใช้สารเคมีบางชนิด หรือลักษณะของผิวที่ไวต่อแสงแดด 

โดยปัจจุบันพบว่าผู้ที่มีผิวเข้มมีโอกาสเกิดฝ้าได้มากกว่าคนที่มีผิวขาว รวมทั้งฝ้าสามารถพบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิงในอัตราส่วนที่ไม่ต่างกันมากนัก

ลักษณะของฝ้า

  • รอยปื้นบนผิวหนังเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของฝ้า ลักษณะของรอยจะมีสีเข้มและเปลี่ยนสี โดยมีสีน้ำตาล เทา หรือสีแทน 
  • ตำแหน่งของฝ้า ฝ้ามักปรากฏบนใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก ริมฝีปากบน และคาง 
  • ฝ้ามักเกิดขึ้นทั้งสองด้านของใบหน้าและมักจะสมมาตรกัน
  • แผ่นฝ้าบริเวณใบหน้าอาจมีสีที่เข้มขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด

8 สาเหตุของการเกิดฝ้า

หลายคนมีความเชื่อว่ามีเพียงอายุเท่าที่สามารถทำให้เกิดฝ้ากระได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะฝ้าอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด สามารถพบได้ในชีวิตประจำวันโดยแยกสาเหตุของการเกิดฝ้าได้ดังนี้

1. พันธุกรรม

ฝ้าจากพันธุกรรมเป็นภาวะที่สืบทอดกันมาจากพันธุกรรมของสมาชิกในครอบครัว หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นฝ้า เราก็มีโอกาสที่จะเป็นฝ้าได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้พันธุกรรมมีบทบาทของการเกิดฝ้าเพียง 50% เท่านั้น

2. อายุที่เพิ่มขึ้น

การเกิดฝ้าจากอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นสภาวะที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการสะสมของเมลานินที่ผิวหนังในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดมาเป็นเวลานาน ทำให้ผิวบริเวณนั้นค่อยๆ เกิดเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มถึงดำ

3. ฮอร์โมน

ฝ้ามักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ระดับฮอร์โมนของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ช่วงวัยรุ่น การตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาที่มีผลต่อระดับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด

4. ความเครียด

การมีความเครียดสะสมจะส่งผลโดยรวมต่อร่างกาย ร่ายกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน เกิดเป็นปัญหาฝ้า กระ บริเวณผิวหน้า

5. การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น เนื่องจากในขณะหลับร่างกายจะทำการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ผิวขาดการซ่อมแซมในขณะหลับ รวมทั้งการนอนดึกจะส่งผลให้ผิวขาดน้ำและดูหยาบกร้านซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดฝ้า กระ ได้ง่ายอีกด้วย

6. แสงแดด

แสงอัลตราไวโอเลต UV ทั้ง A (UVA) และ B (UVB) ที่มีอยู่ในแสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฝ้า ฝ้า โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า “ฝ้าแดด (Sunspots)” เกิดจากจากการสะสมของเมลานินในผิวคล้ายกับสาเหตุของฝ้าที่เกิดจากอายุ แต่สามารถเกิดขึ้นได้แม้อายุจะยังน้อย

7. แสงสีฟ้าจากหน้าจอ

การใช้หน้าจอในระยะเวลานานๆ อาจทำให้ผิวหนังได้รับแสงสีฟ้าตลอดเวลาเกิดเป็นความร้อนสะสมบริเวณผิวหน้ากระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินทำให้เกิดเป็นฝ้าได้ในที่สุด

8. การแพ้สาร

ฝ้าที่เกิดจากการแพ้สาร เช่น สารเคมีที่ใช้ในเครื่องสำอาง ยา สารละลาย หรือสารเคมีในงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้การสัมผัสกับพืชหรือสิ่งแวดล้อมที่มีสารที่ส่งผลต่อผิวหนังก็สามารถทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

ฝ้ามีกี่ประเภท?

ฝ้าเป็นง่ายแต่หายยากหลายคนหายแล้วแต่ก็กลับมาเป็นซ้ำอีก โดนการรักษาจะแยกออกไปตามประเภทที่เป็น ฝ้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

1. ฝ้าตื้น

ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้าหรือบริเวณผิวชั้นนอก มีสีน้ำตาลขอบเข้มชัด ลักษณะของแผ่นฝ้าจะมีความสมมาตรกันทั้ง 2 ด้านของหน้า ฝ้าตื้นเป็นประเภทที่รักษาได้ง่ายโดยการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวในเซลล์ผิวชั้นนอก

2. ฝ้าลึก

ฝ้าแบบลึกจะเกิดในระดับชั้นผิวหนังแท้ที่อยู่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า มีสีน้ำตาลอมม่วงขอบของการเกิดฝ้าไม่ชัดเจนเนื่องจากเกิดขึ้นในบริเวณผิวชั้นลึก รักษาได้ยากกว่าฝ้าตื้น

3. ฝ้าผสม

ฝ้าแบบผสมจะเป็นฝ้าที่ผสมกันระหว่างฝ้าลึกกับฝ้าตื้น ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ฝ้าผสมจะเกิดขึ้นในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้รวมกัน มักมีสีเข้มในส่วนกลางและสีจางกว่าที่ขอบ พบบ่อยที่บริเวณที่สัมผัสกับแสงแดด 

ฝ้าแบบผสมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอาจมีการเพิ่มขนาดหรือเปลี่ยนแปลงของสีฝ้าเกิดขึ้น

ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

กระคืออะไร?

กระ (Freckles) คือ การสะสมของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง ซึ่งเมลานินมีหน้าที่ผลิตสีในผิวหนังและเป็นตัวกันแดดซึ่งช่วยปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ของแสงแดด กระมีลักษณะเป็นจุดๆ เล็กๆ กระจายตัวอยู่บริเวณผิว สีของกระจะแยกตามประเภทของกระที่เป็นโดยประเภทของกระที่พบได้บ่อยได้แก่ กระตื้น กระลึก กระแดด เป็นต้น การเกิดกระมักพบในคนผิวขาวมากกว่าคนมีผิวสีเข้ม

3 สาเหตุของการเกิดกระ

1. พันธุกรรม

การมีกระมักเป็นเรื่องที่ถูกสืบทอดมาจากพ่อแม่ถ้าในครอบครัวมีคนที่มีกระก็จะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสเป็นกระกระได้มากกว่าคนทั่วไป

2. แสงแดด

การสัมผัสแสงแดดมักเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดกระ รังสี UV ที่มีในแสงแดดสามารถกระตุ้นการสร้างเมลานินในผิวหนังกระตุ้นการเกิดกระ

3. อายุ

การเกิดกระจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นเนื่องจากผิวหนังที่ได้รับแสงแดดตลอดเกิดการสะสมของเม็ดสีเมลานินและเกิดเป็นกระในที่สุดเมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น

ลักษณะของกระ

  • กระจะเป็นจุดกลมๆ แบนๆ ขนาดเล็ก
  • กระจะเกิดขึ้นแบบสุ่มกระจายบนผิวหนังหรือใบหน้า 
  • กระจะยิ่งชัดขึ้นหลังจากได้รับแสงแดดซ้ำๆ ในบริเวณเดิม 
  • กระมีสีแตกต่างกันไปอาจเป็นสีแดง เหลือง น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม หรือดำ แต่สีของกระจะเข้มกว่าผิวหนังที่อยู่รอบๆ เสมอ

ฝ้า กระ จุดด่างดำ แตกต่างกันอย่างไร?

ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำก็สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผิวหน้าด้วยกันทั้งสิ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวการร้ายที่ทำให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ คือแสงแดด รังสี UV จากแสงแดดล้วนเป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำด้วยกันทั้งสิ้น

Better Me Clinic ได้นำข้อสังเกตง่าย ๆ ในการแยกความแตกต่างระหว่างฝ้า กระ จุดด่างดำ โดยสามารถแบ่งรายละเอียดแต่ละประเภทได้ดังนี้

  • ฝ้า จะมีลักษณะเป็นปื้นๆ สีน้ำตาลและมีขนาดใหญ่กว่ากระและจุดด่างดำ ขอบของฝ้าขึ้นอยู่กับชนิดของฝ้าที่เป็น สามารถพบได้ในคนที่มีผิวสีเข้มมากกว่าคนที่มีผิวขาว
  • กระ จะมีลักษณะการเกิดเหมือนกันกับการเกิดฝ้าแต่กระจะเป็นจุดกลมๆ เล็กๆ มีขอบชัดเจน พบได้ในคนที่มีผิวขาวมากกว่าคนที่มีผิวสีเข้ม
  • จุดด่างดำ คือ จุดเล็กๆ สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ หรือลักษณะของรอยแดงที่เปลี่ยนเป็นรอยดำบนใบหน้า มักเกิดขึ้นหลังจากมีผิวหนังที่อักเสบจากการเป็นสิว รวมถึงการผลัดเซลล์ผิวช้าลงเกิดการสะสมของเม็ดสีเมลานินเกิดเป็นจุดด่างดำบนใบหน้า

วิธีป้องกันฝ้า กระ

ฝ้า กระ จะเกิดขึ้นได้เสมอถ้าเราละเลยการดูแลผิวและสุขภาพโดยรวมของร่างกาย การดูแลสุขภาพและปกป้องผิวตั้งแต่ต้นจะช่วยชะลอและปกป้องผิวจากการเกิดฝ้ากระในระยะยาว โดยมีวิธีป้องกัน ฝ้า กระ ได้ดังนี้

1. ทาครีมกันแดด

การใช้ครีมกันแดดเปรียบเสมือนการสวมเกราะป้องกันให้กับใบหน้าไม่ให้สัมผัสกับแสง UV ได้โดยตรง การเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพทั้ง UVA และ UVB และใช้ประจำทุกวันจะช่วยปกป้องและลดความเสี่ยงของการเกิดฝ้ากระในอนาคตได้

2. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

หลีกเลี่ยงการอยู่ในแสงแดดที่มีรังสี UV แรง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเวลา 4 โมงเย็นเพราะเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดมีระดับความร้อนและรังสี UV สูงสุด

3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าที่เหมาะสมและอ่อนโยนสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดฝ้ากระได้เช่นกัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบและเหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง 

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นทั้งยังช่วยลดการระคายเคืองของผิวจากแสงยูวี

4. หลีกเลี่ยงสารเคมีในเครื่องสำอาง

หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารเคมีบางชนิด ซึ่งสารเคมีที่พบได้บ่อยในเครื่องสำอาง ได้แก่ สารกันบูด สารปรอท ตะกั่ว หรือสารสเตียรอยด์ อาจมีผลในการ กระตุ้นการเกิดฝ้า กระ

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและผิวพรรณการนอนไม่เพียงพออาจมีผลต่อระบบฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้เกิดผลกระทบต่อผิว ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำเพื่อให้หน้าใสห่างไกลฝ้ากระ

รวมวิธีรักษาฝ้า กระ

หลายคนที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ แต่ไม่รู้จะรักษาด้วยวิธีไหนดี? Better Me Clinic ได้รวบรวมวิธีการรักษาฝ้ากระในปัจจุบันมาแนะนำให้ได้รู้จักกันซึ่งผลลัพธ์ของแต่ละวิธีนั้นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของฝ้ากระ ความเข้มของฝ้ากระ รวมถึงสภาพผิวของแต่ละบุคคล

1. การฉีดเมโส

การฉีดเมโสรักษาฝ้ากระเป็นการฉีดวิตามินเข้าไปในผิวหนังบริเวณผิวหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น ลดริ้วรอย และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง Meso Glow Booster เป็นสูตรเมโสที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นพร้อมฟื้นฟูและทำให้ผิวหนังดูกระจ่างใสช่วยลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำให้ดูจางลง การรักษาฝ้ากระด้วยเมโสต้องอาศัยระยะเวลาและความสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2. การทำทรีตเมนต์ผิวหน้า

การทำทรีตเมนต์ผิวหน้าที่ Better Me Clinic เป็นการผลักวิตามินร่วมกับการนวดกดจุดตามจุดยุทธศาสตร์ของใบหน้า ด้วยเครื่องความเย็น -5 องศา โดยสูตรที่แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้ากระ ได้แก่ สูตร Melasma Treatment โดยสูตรนี้จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ มีส่วนผสมของ Alpha Arbutin เข้มข้น

3. เลเซอร์รักษาฝ้า

การรักษาฝ้ากระด้วยเลเซอร์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เลเซอร์จะช่วยลดความเข้มของฝ้ากระและช่วยลดการเกิดฝ้าดำและช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้กับผิวหน้า โดยวิธีการคือการยิงไปบริเวณที่เกิดฝ้าและทำลายเม็ดสีด้วยความร้อน

4. รักษาฝ้าด้วย IPL

การรักษาฝ้ากระด้วย IPL (Intense Pulsed Light) เป็นอีกหนึ่งทางที่นิยมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นเทคโนโลยีการรักษาที่ใกล้เคียงกับการทำเลเซอร์แต่กระบวนการการรักษาฝ้าด้วย IPL นั้นใช้หลักการของแสงที่ถูกปรับคลื่นและพลังงานเพื่อทำลายเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในฝ้าหรือกระ โดยที่ผิวรอบๆไม่ได้รับความเสียหายจากการรักษาส่งผลรอยดำหรือฝ้าลดลง

รักษาฝ้า กระ ที่ไหนดี?

การพบเจอแสงที่มากเกินไปในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น แสงแดด รังสี UV หรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ล้วนเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวฝ้ากระ ดังนั้นก่อนออกแสงแดดทุกครั้งเราควรปกป้องตัวเองด้วยการ ทาครีมกันแดด กางร่ม สวมเสื้อคลุม เพื่อป้องกันตนเองจากแสงแดดให้มากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดฝ้าในอนาคต

Better Me Clinic by Dr.Chanya ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับฝ้า กระ จุดด่างดำ

สอบถามเพิ่มเติม

โทร: 020598118, 0886032641
Line: @bettermeclinic
Facebook : Better Me Clinic by Dr.Chanya
IG : Better Me Clinic by Dr.Chanya

ปรึกษาหมอชัญญาโดยตรง
ปรึกษาหมอเกียร์โดยตรง

ที่มาของข้อมูล

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ