🔥FREE! Schedule a 3D Facial Design consultation with Dr.Chanya only this month 🇺🇸 🇰🇷 🔥

อยากฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ แต่ไม่รู้เลือกยี่ห้อไหนดี? รีวิว Filler Program พร้อมราคาและวิธีเลือกให้เหมาะกับหน้า

โปรแกรม ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าชั้นผิวหรือเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มปริมาตร เติมเต็มปรับรูปหน้า หรือลดร่องและริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด โปรแกรมฟิลเลอร์ที่นิยมในปัจจุบันส่วนใหญ่ทำจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ ย่อยสลายได้ และปลอดภัยสูง ผลลัพธ์เห็นหลังฉีด และอยู่ได้ 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด

โปรแกรม ฟิลเลอร์ ( Filler ) มีเนื้อกี่แบบ แต่ละแบบใช้ทำอะไร?

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)ไม่ได้มีเนื้อแบบเดียว แต่ละยี่ห้อและสูตรมีความแข็ง-นุ่มต่างกัน ซึ่งจะถูกออกแบบมาเพื่อบริเวณที่ต้องการเติมเต็มที่ต่างกัน แบ่งง่ายๆ เป็น 3 ระดับ

  • เนื้อแข็ง — เหมาะกับบริเวณที่ต้องการโครงสร้าง  กดแล้วเด้งกลับ ไม่กระจายตัว รองรับน้ำหนักเนื้อเยื่อได้ดี เหมาะกับ คาง แก้มส้ม ถ้าใช้เนื้อนุ่มในบริเวณนี้ ฟิลเลอร์จะแบนและกระจาย ผลไม่ชัด
  • เนื้อกลาง — ยืดหยุ่นพอดี เหมาะกับ ร่องแก้ม ขมับ การปรับโครงหน้าทั่วไป ที่ต้องการทั้งปริมาตรและความกลมกลืน
  • เนื้อนุ่ม — เหมาะกับบริเวณที่ขยับผิวหน้าและผิวบาง เนื้อละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ เคลื่อนไหวตามใบหน้าแลดูธรรมชาติ เหมาะกับ ริมฝีปาก ใต้ตา ริ้วรอยละเอียด ถ้าใช้เนื้อแข็งในบริเวณนี้จะรู้สึกก้อนและดูแข็งผิดธรรมชาติ
ลักษณะเนื้อ บริเวณที่เหมาะ ถ้าเลือกผิด
แข็ง
คาง โหนกแก้ม จมูก
กระจาย ผลไม่ชัด
กลาง
ร่องแก้ม ขมับ โครงหน้า
นุ่ม
ปาก ใต้ตา ริ้วรอยละเอียด
ดูก้อน แข็ง ไม่ธรรมชาติ

ยี่ห้อเดียวกันแต่ต่างรุ่น เนื้ออาจต่างกันมาก ดังนั้นสิ่งที่แพทย์พิจารณาจึงไม่ใช่แค่ยี่ห้อ แต่รวมไปถึงการเลือกเนื้อของโปรแกรมฟิลเลอร์ให้เหมาะกับบริเวณและใบหน้าของแต่ละคน 

หากเลือกไม่เหมาะสม เช่น ใช้เนื้อแข็งในบริเวณผิวบาง หรือฉีดในชั้นผิวที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดลักษณะฟิลเลอร์เป็นก้อน โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุ ระยะเวลาที่หาย และวิธีแก้ไขได้ที่บทความ ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เป็นก้อน กี่วันหาย และต้องแก้ยังไง

โปรแกร ฟิลเลอร์ (Filler) Neuramis, Juvederm, Restylane, Belotero ต่างกันยังไง?

ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในคลินิกมีอยู่หลักๆ 4 ยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิตและจุดเด่นต่างกัน

โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis เป็นที่นิยมในไทย

โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis ผลิตโดย Medytox ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี SHAPE ในการ cross-link HA เป็นฟิลเลอร์ที่มีความละเอียด กระจายตัวได้ดีในชั้นผิว ทำให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ 

โดยรุ่นที่ได้รับการรับรองจาก อย.ไทย มี 3 รุ่นหลัก

  • โปรแกรม ฟิลเลอร์ Neuramis Deep เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่นดี เหมาะกับร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับ อยู่ได้ประมาณ 6–8 เดือน
  • โปรแกรม ฟิลเลอร์ Neuramis Deep Lidocaine คุณสมบัติเหมือน รุ่น Deep ทุกอย่าง แต่มียาชา Lidocaine 0.3% ผสมอยู่ด้วย เพิ่มความสบายระหว่างฉีด เหมาะสำหรับบริเวณคางและปาก
  • โปรแกรม ฟิลเลอร์ Neuramis Volume Lidocaine เนื้อแน่นและหนืดกว่า2รุ่น แรงยกสูง คงรูปได้ดี เหมาะกับบริเวณที่ต้องการปรับโครงสร้างของปรับรูปหน้า เช่น คาง กรอบหน้า แก้มส้ม ขมับ อยู่ได้ 6–12 เดือน

จุดเด่นของ โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis: ราคาเข้าถึงได้กว่ายี่ห้อยุโรป เหมาะกับคนที่เริ่มทำครั้งแรกหรือต้องการผลลัพธ์ที่แลดูธรรมชาติ

โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm ฟิลเลอร์จาก Allergan

โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm ผลิตโดย Allergan ใช้เทคโนโลยี 2 แบบ คือ Hylacross เน้นความฟูและอุ้มน้ำ และ VYCROSS เน้นยกกระชับ เรียบเนียน อิ่มฟู และอยู่นาน มีงานวิจัยทางคลินิกรองรับจำนวนมาก ในกลุ่ม HA filler

มีหลายรุ่นในกลุ่ม Juvederm Ultra, Voluma, Volift, Volbella และ Volux โดยแต่ละสูตรออกแบบมาสำหรับบริเวณเฉพาะ

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Volbella (เนื้อนุ่มละเอียด) เนื้อนุ่มมาก กระจายตัวเนียน ไม่เป็นก้อน เหมาะกับปากและใต้ตาต้องการความอิ่มฟู แลดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Volift (เนื้อนิ่มปานกลางและยืดหยุ่น) เนื้อนุ่มปานกลางแต่ยืดหยุ่นสูง เน้นการเก็บรายละเอียดในบริเวณ ร่องแก้มชั้นตื้น, ร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก), แก้มตอบ หรือใช้ปั้นรูปทรง ปาก ให้ดูอวบอิ่มแบบละมุน อยู่ได้ 12–18 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์  Juvederm Voluma (เนื้อแข็งปานกลางและฟู) เนื้อแน่นปานกลาง ยืดหยุ่นดีและฟู  ปั้นทรงได้ง่าย เหมาะกับแก้มส้ม ขมับตอบ คาง โหนกแก้ม อยู่ได้ 18–24 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์  Juvederm Volux (เนื้อแข็งและคงรูปดี)  เนื้อแข็ง ออกแบบมาเลียนแบบความแข็งของกระดูก เหมาะกับแนวกราม กรอบหน้า คาง อยู่ได้ 18–24 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Ultra / Ultra Plus XC (เนื้อนิ่มและฟูมาก) ใช้เทคโนโลยี Hylacross ทำให้เนื้อนิ่มและฟูตัวได้ดีมาก เหมาะสำหรับร่องลึกมากจากการทรุดตัวของไขมันตามวัย อยู่ได้ 8-12เดือน

จุดเด่นของ โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm: อยู่ได้นาน มีสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละบริเวณ เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนาน

โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดนที่เป็นมาตรฐานในวงการ

โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane ผลิตโดย Galderma ประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์ HA ยี่ห้อแรกที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา ใช้เทคโนโลยี NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid) ที่เนื้อคงตัวสูง ขึ้นทรงได้ดี และ OBT  (Optimal Balance Technology) ในสูตรใหม่ที่เนื้อยืดหยุ่นกลมกลืนกับใบหน้าเวลาแสดงสีหน้า

มีหลากหลายรุ่น 

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Lyft เนื้อแข็งคงตัวสูง ไม่ฟู เหมาะกับ คาง โหนกแก้ม ขมับ อยู่ได้ 12–18 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Defyne เนื้อแข็งปานกลางแต่ยืดหยุ่นสูงมาก  เหมาะกับร่องแก้มลึกและร่องน้ำหมาก ยิ้มแล้วดูแลดูเป็นธรรมชาติ  
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Kysse ออกแบบมาสำหรับปากโดยเฉพาะ เนื้อละเอียดและยืดหยุ่นพิเศษ ปากดูอวบอิ่มและสัมผัสนุ่ม 
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Refyne : เนื้อนิ่มและยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับเติม ริ้วรอยร่องตื้น หรือบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงแต่ยังมีการเคลื่อนไหว 
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Volyme เน้นเพิ่มวอลลุ่ม เหมาะกับแก้มตอบ ขมับ บริเวณที่ต้องการการเติมเต็มปริมาณมาก 

โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Vital Light เนื้อบางมากกว่าทุกรุ่นในไลน์ ใช้เป็น Skin Booster เพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับใต้ตาชั้นตื้น หลังมือ ลำคอ

จุดเด่นของโปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane: ค่อนข้างเป็นธรรมชาติและกลมกลืนสูง เหมาะกับบริเวณที่เคลื่อนไหวมาก ผลลัพธ์ดูมีชีวิตชีวา

โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero เนื้อบางที่เหมาะกับผิวชั้นตื้น

โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero ผลิตโดย Merz Aesthetics ประเทศเยอรมนี ใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ทำให้เนื้อกระจายตัวในชั้นผิวได้สม่ำเสมอและเนียนมาก เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานผิวชั้นตื้นมากกว่ายี่ห้ออื่น

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Volume เนื้อแข็ง ยืดหยุ่นดี เหมาะกับคาง ขมับ แก้มส้ม ที่ต้องการวอลลุ่มในโครงสร้างของใบหน้า อยู่ได้ 12-18 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Intense เนื้อค่อนข้างแข็ง เหมาะกับร่องแก้มลึกหรือบริเวณที่เนื้อเยื่อยุบตัวมาก อยู่ได้ 10-15 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Balance เนื้อนุ่มปานกลาง กลมกลืนกับผิวได้ดี เหมาะกับร่องแก้มชั้นกลาง หน้าผาก ใต้ตา ช่วยให้รอยพับดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้ 9-12 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Soft เนื้อนุ่มและละเอียดมาก เหมาะกับริ้วรอยตื้นๆ เช่น รอยตีนกา รอยย่นรอบปาก อยู่ได้ 6-9 เดือน
  • โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Revive ผสม HA กับ Glycerol เน้นฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำวาว อิ่มน้ำ กระชับรูขุมขน อยู่ได้ 6-9 เดือน

จุดเด่นของ โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero: เนื้อบางและกระจายตัวดี ลดความเสี่ยง Tyndall effect (ผิวเป็นสีฟ้าใต้ผิวบาง) เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง

เปรียบเทียบ 4 ยี่ห้อในตารางเดียว

Filler Program โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero
ต้นกำเนิด
เกาหลีใต้
สหรัฐอเมริกา
สวีเดน
เยอรมนี
ลักษณะเนื้อ
กระจายสม่ำเสมอ
เนียนพิเศษ มีทั้งนุ่มและแข็งตามสูตร
springy ยืดหยุ่น เคลื่อนไหวดี
บางมาก กระจายเหมือนซึมเข้าผิว
จุดเด่น
ราคาเข้าถึงได้ ผลแลดูเป็นธรรมชาติ
อยู่นาน มีสูตรเฉพาะทุกบริเวณ
แลดูเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวดี
เนื้อบาง ผิวชั้นตื้น
เหมาะกับ
ปาก ร่องแก้ม โครงหน้าทั่วไป
โหนกแก้ม คาง กรอบหน้า ปาก
ปาก ใต้ตา ร่องแก้ม
ใต้ตา ริ้วรอยละเอียด
อยู่ได้
6–12 เดือน
12–24 เดือน
9–18 เดือน
6–18 เดือน

โปรแกรม ฟิลเลอร์ (Filler) แต่ละบริเวณ ราคาเท่าไหร่?

ราคาของโปรแกรมฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ยี่ห้อและสูตรที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด และความชำนาญของแพทย์

โปรแกรม ฟิลเลอร์ปาก ปากเป็นบริเวณที่เคลื่อนไหวมากกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า จึงต้องใช้เนื้อนุ่มและยืดหยุ่นสูง ยี่ห้อที่นิยมคือ โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Kysse และ Juvederm Volbella ที่ออกแบบมาสำหรับปากโดยเฉพาะ ราคา: 8,000–25,000 บาท ต่อ 1 cc

โปรแกรม ฟิลเลอร์คาง คางต้องการเนื้อหนืดสูงเพื่อรองรับน้ำหนักและรักษาโครงสร้าง ยี่ห้อที่นิยมคือ โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Volux และ Restylane Lyft ราคา: 10,000–30,000 บาท ต่อ 1 cc

โปรแกรม ฟิลเลอร์เติมเต็มปรับรูปหน้า เป็นการวางแผนเชิงโครงสร้างทั้งหน้า ไม่ใช่แค่ฉีดจุดเดียว แพทย์จะประเมินสัดส่วนและวางแผนว่าต้องเพิ่มปริมาตรบริเวณใดบ้างเพื่อให้หน้าโดยรวมดูสมดุล ราคา: 12,000–35,000 บาท ต่อ 1 cc

Filler Program โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm
ปาก
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane Kysse, Juvederm Volbella
8,000–25,000 บาท
คาง
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Volux, Restylane Lyft,Neuramis
10,000–30,000 บาท
โหนกแก้ม
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm Voluma, Restylane Lyft
12,000–35,000 บาท
ใต้ตา
โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Balance, Restylane
10,000–25,000 บาท
ร่องแก้ม
โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis Deep, Juvederm Volift
8,000–20,000 บาท

โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ไหนดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้เป็นหลัก

แพทย์ผู้ฉีดมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับ technique และความเข้าใจโครงสร้างใบหน้ามากกว่ายี่ห้อที่ใช้ แพทย์ที่ดีต้องรู้ว่าบริเวณไหนควรใช้เนื้อแบบไหน ลึกแค่ไหน และปริมาณเท่าไหร่

โปรแกรมฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้และมีทะเบียน อย.ไทย การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ปลอมหรือนำเข้าผิดกฎหมายมีความเสี่ยงสูงทั้งการติดเชื้อ เนื้อตาย และผลข้างเคียงระยะยาว คลินิกที่น่าเชื่อถือต้องสามารถแสดง lot number และ certificate ของผลิตภัณฑ์ได้

มี Hyaluronidase พร้อมและรู้วิธีใช้ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงของการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ HA สามารถแก้ไขได้ด้วย hyaluronidase คลินิกที่ปลอดภัยต้องมีพร้อมและแพทย์ต้องรู้ขั้นตอน emergency ที่ถูกต้อง

ใครไม่ควรทำโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)?

โปรแกรมฟิลเลอร์ ( Filler ) ปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนหรืองดทำ

  • อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • มีประวัติแพ้ lidocaine หรือ HA ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่ต้องการฉีด ต้องรักษาให้หายก่อน
  • มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออยู่ระหว่างรับยากดภูมิ ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น
  • เพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน เช่น laser หรือ thread lift ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน

มีประวัติเป็น keloid หรือ hypertrophic scar ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ทำโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) แล้วเปลี่ยนยังไง? ดูผลลัพธ์จากเคสจริง

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ยี่ห้อ แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงหน้าและการเลือกเนื้อให้เหมาะกับแต่ละจุดที่ต้องการเติมเต็ม ทีมแพทย์ของ Better Me Clinic จะวิเคราะห์เคสแบบรายบุคคล เพื่อออกแบบปริมาณ (cc) และตำแหน่งการฉีดให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับคนไข้

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ ( Filler ) ใต้ตา

ช่วยให้ใต้ตาดูเต็มขึ้น ลดความลึกของร่องใต้ตา ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น โดยทั่วไปใช้ประมาณ 0.5–1 cc ต่อข้าง

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ ( Filler ) ปาก

ช่วยเพิ่มความอิ่มฟู ปรับรูปทรงปากให้ชัดและได้สัดส่วน โดยทั่วไปใช้ประมาณ 0.5–1 cc

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ ( Filler ) คาง

ช่วยเติมเต็มปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน แก้ปัญหาคางตัด คางสั้น คางยาวขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น โดยทั่วไปใช้ประมาณ 1–2 cc

ปริมาณของการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิม ปัญหาที่ต้องการแก้ และผลลัพธ์ที่ต้องการ
หากต้องการปรึกษาว่าปัญหาของคุณควรใช้กี่ cc และเหมาะกับเนื้อแบบไหน สามารถแอดไลน์เพื่อปรึกษาและประเมินกับแพทย์ได้โดยตรงก่อนตัดสินใจ ได้ฟรี

FAQ คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)

ทำโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด? ไม่มียี่ห้อไหน “ดีที่สุด” สำหรับทุกคนและทุกบริเวณ แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน สิ่งสำคัญคือแพทย์เลือกยี่ห้อและสูตรที่เหมาะกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการ ไม่ใช่ใช้รุ่นเดิมกับทุกคน

ทำโปรแกรมฟิลเลอร์เจ็บไหม? เจ็บน้อย เพราะส่วนใหญ่มียาชาผสมอยู่แล้ว บางบริเวณที่ไวต่อความรู้สึก เช่น ปาก อาจทาครีมชาเพิ่มก่อนฉีด ความรู้สึกส่วนใหญ่เป็นแค่แรงกดไม่ใช่ความเจ็บ

หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์ต้องพักนานไหม มีข้อห้ามอะไรบ้าง? ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลย อาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อยในบางบริเวณ โดยเฉพาะปากและใต้ตา ซึ่งจะยุบภายใน 7-14 วัน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงใน 24–48 ชั่วโมงแรกได้แก่ การออกกำลังกายหนัก การโดนความร้อนสูง (sauna, steam) และการนวดบริเวณที่ฉีด

โปรแกรมฟิลเลอร์ปากราคาเท่าไหร่? ราคาทำโปรแกรมฟิลเลอร์ปากอยู่ที่ประมาณ 8,000–25,000 บาทต่อ 1 cc ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคลินิก ปากส่วนใหญ่ใช้ 0.5–1 cc ต่อครั้ง

โปรแกรมฟิลเลอร์คางราคาเท่าไหร่? ราคาฟิลเลอร์คางอยู่ที่ประมาณ 10,000–30,000 บาทต่อ 1 cc คางมักต้องการฟิลเลอร์เนื้อแน่นและคงตัวสูง อาจต้องใช้มากกว่า 1 cc ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิม

โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน? ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและยี่ห้อที่ใช้ บริเวณที่เคลื่อนไหวมาก เช่น ปาก อยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน บริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น คาง โหนกแก้ม อยู่ได้ 12–24 เดือน

โปรแกรมฟิลเลอร์ละลายได้ไหม? ฟิลเลอร์ HA ละลายได้ด้วย hyaluronidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ฉีดเข้าบริเวณเดิม ทำให้สามารถแก้ไขได้ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

โปรแกรมฟิลเลอร์Neuramis กับ Juvederm ต่างกันยังไง? Neuramis มาจากเกาหลี ราคาเข้าถึงได้กว่า เหมาะกับการเติมเต็มปรับรูปหน้าทั่วไป ส่วน Juvederm มีสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละบริเวณ อยู่ได้นานกว่า และมีงานวิจัยรองรับมากกว่า ทั้งคู่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

Skin Booster กับ โปรแกรมFiller ต่างกันยังไง? โปรแกรมฟิลเลอร์เติมปริมาตรและปรับโครงสร้าง เช่น เสริมคาง ปาก ร่องแก้ม ส่วน Skin Booster เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero Revive และ Restylane Vital Light ฉีดกระจายทั่วผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว ไม่ได้เพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงสร้าง ทั้งคู่ใช้ HA เหมือนกันแต่ความเข้มข้นและวิธีการฉีดต่างกัน

โปรแกรมฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันยังไง? โปรแกรมฟิลเลอร์เติมปริมาตรและปรับโครงสร้าง ส่วนโปรแกรมโบท็อกซ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหว ทั้งคู่แก้ปัญหาคนละแบบและใช้ร่วมกันได้

สรุป: โปรแกรมทำฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน บริเวณไหน เหมาะกับคุณ?

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler)แต่ละยี่ห้อมีจุดแข็งต่างกัน การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับคนที่เริ่มต้นหรือต้องการผลลัพธ์แลดูธรรมชาติในราคาที่เข้าถึงได้ การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความธรรมชาติและการเคลื่อนไหว ส่วน การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero เหมาะกับงานผิวชั้นตื้นที่ฟิลเลอร์อื่นทำได้ยาก

สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อคือการประเมินกับแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาได้ตรงกับปัญหาของคุณ การทำโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ คือถูกเลือกและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ยี่ห้อที่แพงที่สุด

หากต้องการรู้ว่าโครงหน้าของคุณเหมาะกับการทำโปรแกรมฟิลเลอร์แบบไหน ใช้กี่ cc และควรเริ่มจากจุดไหน การประเมินกับแพทย์จะช่วยให้วางแผนให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สามารถแอดไลน์เพื่อปรึกษาและประเมินเคสเบื้องต้นกับทีมแพทย์ Better Me Clinic ได้ฟรี

ข้อมูลอ้างอิง

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ