หน้าเป็นหลุมสิวเกิดจากอะไร? รักษาด้วยวิธีไหนดีถึงจะเห็นผล ปลอดภัย
Key Takeaway
- หลุมสิวคือร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบชนิดลึก เช่น สิวหนองหรือสิวหัวช้าง เมื่อสิวหาย ผิวหนังมักสมานตัวไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นพังผืดดึงรั้งให้ผิวยุบตัวลง ทำให้เกิดรอยบุ๋มและผิวหน้าไม่เรียบเนียน
- หน้าเป็นหลุมสิวเกิดจากการอักเสบของสิว ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ ซึ่งหากกระบวนการซ่อมแซมผิวหลังสิวหายไม่สมบูรณ์ หรือการอักเสบรุนแรง จะทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนทดแทนไม่เพียงพอ เกิดเป็นรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวตามมาได้ โดยเฉพาะสิวหัวช้าง สิวอักเสบรุนแรง และสิวที่ติดเชื้อลุกลาม มักทิ้งรอยหลุมสิวไว้
- วิธีรักษาหน้าเป็นหลุมสิว ได้แก่ Fractional CO2 Laser, Morpheus8 / MorpheusPRO, Pico Laser, Fractional RF, Chemical Peeling, Microneedling และการตัดพังผืด (Subcision) เป็นต้น
- เพื่อป้องกันหน้าเป็นหลุมสิวถาวร ควรหลีกเลี่ยงการแกะ บีบ หรือขัดถูสิวแรงๆ รวมถึงการแกะสะเก็ดแผล เพราะจะเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ทำร้ายผิวลึก ทำให้แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการเกิดพังผืด หากเป็นสิวรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที
หน้าเป็นหลุมสิวเกิดจากสิวอักเสบบนใบหน้า และการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการกดหรือบีบสิวที่อยู่ลึกไป ทำให้ผิวอักเสบและไม่สามารถสมานแผลให้เรียบเนียนได้ คนที่มีปัญหาหน้าเป็นหลุมสิว ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงหลายๆ คนจึงรู้สึกไม่มั่นใจ และต้องการหาวิธีการรักษาหลุมสิวตัวร้ายนี้ เพื่อคลายกังวลและเพิ่มความมั่นใจที่หมดไปให้กลับมาดังเดิมนั่นเอง
บทความนี้จะพาไปดูวิธีรักษาปัญหากวนใจอย่างปัญหาหน้าเป็นหลุมสิว พร้อมหาสาเหตุว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร เพื่อที่ต่อไปจะได้ป้องกันเพื่อลดโอกาสการเกิดหลุมสิวในอนาคตได้
หลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คืออะไร
หลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คือร่องรอยแผลเป็นที่เกิดตามหลังการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบที่ลึกลงไปในชั้นผิว เช่น สิวหนองหรือสิวหัวช้างขนาดใหญ่ เมื่อสิวหายแล้ว แผลมักจะสมานตัวได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเกิดพังผืดดึงรั้ง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นยุบตัวลง เกิดเป็นรอยบุ๋มและผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอบนใบหน้านั่นเอง
หน้าเป็นหลุมสิวเกิดจากอะไร
หน้าเป็นหลุมสิวเกิดจากการอักเสบของสิว ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ เมื่อสิวหาย ผิวจะพยายามซ่อมแซมตัวเองโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ซึ่งมักจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แต่ถ้าการซ่อมแซมไม่สมบูรณ์ หรือสิวอักเสบรุนแรงมากจนผิวยุบตัวลง ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนมาทดแทนส่วนที่เสียไปไม่พอ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวขึ้นได้
คนที่เป็นสิวมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้สูงถึง 95% แต่หลุมสิวที่รุนแรงพบได้ประมาณ 22% ซึ่งมักเกิดจากการอักเสบที่ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และมีการตอบสนองต่อเชื้อแบคทีเรีย P.acnes (Propionibacterium acnes) ทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อโดยรอบถูกทำลายอย่างถาวร โดยเฉพาะสิวที่มีลักษณะดังนี้มักจะทิ้งรอยหลุมสิว
- สิวหัวช้าง (Cyst) สิวเม็ดใหญ่ที่มีหนองและเลือด ใช้เวลารักษานาน
- สิวอักเสบรุนแรง (Pustule) สิวหัวหนองที่อักเสบเรื้อรัง
- สิวที่ติดเชื้อลุกลาม (Nodule) สิวที่การอักเสบลามไปทั่วใต้ผิวหนัง
ประเภทของหลุมสิว
ประเภทของหลุมสิวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้ดังนี้
หลุมสิว Rolling scars
หลุมสิวแบบ Rolling scars เป็นประเภทที่พบได้ทั่วไป มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ คล้ายผิวไม่เรียบเสมอกัน ความเสียหายจะเกิดแค่ในชั้นผิวตื้นๆ ทำให้ดูเหมือนผิวเป็นคลื่นเล็กน้อย จัดเป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด และโดยทั่วไปมักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าหลุมสิวประเภทอื่นๆ
หลุมสิว Box scars
หลุมสิวแบบ Box scars มีลักษณะเป็นบ่อกว้าง ขอบชัดเจน ความลึกประมาณ 3 – 5 มิลลิเมตร จัดเป็นระดับความรุนแรงปานกลาง มักมีพังผืดเกาะติดในชั้นผิวหนังแท้ ทำให้เกิดได้ทั้งหลุมลึกและตื้น สาเหตุหลักมาจากการอักเสบของสิวที่ลึกลงไป หรืออาจเกิดจากโรคอีสุกอีใสได้เช่นกัน
หลุมสิว Ice-pick scars
หลุมสิวแบบ Ice Pick scars มีลักษณะเป็นรูเล็กแคบลึกคล้ายถูกแทงด้วยน้ำแข็ง มักมีขนาดเล็กไม่เกิน 2 มิลลิเมตร และถือเป็นหลุมสิวที่รุนแรงที่สุด สาเหตุหลักมาจากการบีบหรือกดสิวอุดตันและสิวอักเสบ ทำให้เกิดการทำลายลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้และรูขุมขน คอลลาเจนบริเวณนั้นถูกทำลายไปมาก ผิวจึงเกิดเป็นหลุมลึกที่รักษาได้ยากและต้องใช้เวลานานกว่าจะตื้นขึ้นได้
วิธีรักษาหน้าเป็นหลุมสิว
สำหรับการรักษาหน้าเป็นหลุมสิวจำเป็นต้องใช้วิธีทำหัตถการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจน ไม่ต้องรอนาน เพราะหากใช้สกินแคร์อาจจะช่วยบรรเทาได้ แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะรักษาหาย หรือบางรายอาจไม่ได้ช่วยรักษาเลย มาดูวิธีรักษาหน้าเป็นหลุมสิวกันได้เลย!
1. โปรแกรม Fractional CO2 Laser
รักษาหน้าเป็นหลุมสิวด้วย Fractional CO2 Laser การยิงเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์เป็นจุดเล็กๆ ลงบนผิวบริเวณหลุมสิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดแผลเล็กๆ และกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน (Elastin) ใหม่ ผิวจึงดูเรียบเนียน หลุมสิวตื้นขึ้นและสีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น ข้อดีคือเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน ผลข้างเคียงน้อย เช่น อาการบวม แดง หรือสะเก็ด ซึ่งจะหายไปใน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันการระคายผิวหน้าหรือผิวคล้ำหลังจากการทำ
2. Morpheus8 / MorpheusPRO
Morpheus8 / MorpheusPRO คือเทคโนโลยีรักษาหลุมสิวโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ผ่านเข็มเล็กๆ ลงลึกสู่ผิวชั้นใน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นและผิวแลดูเรียบเนียน เหมาะกับหลุมสิวทุกชนิด และจะเห็นผลดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง 3 – 5 ครั้ง ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ข้อดีคือช่วยฟื้นฟูผิว ลดรอยแดง รอยดำ กระชับรูขุมขน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้องผ่าตัด หลังทำอาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายได้เอง การดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์จึงสำคัญเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
3. โปรแกรม Pico Laser
รักษาหน้าเป็นหลุมสิวด้วย Pico Laser อย่าง Picoway Laser เลเซอร์กำจัดหลุมสิว ช่วยรักษาหลุมสิวโดยใช้แสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกมาเป็นช่วงสั้นๆ ลงไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นและผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น ข้อดีคือเจ็บน้อย พักฟื้นเร็ว ลดความเสี่ยงผิวไหม้ และใช้ได้กับทุกสีผิว แต่อาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง (3 – 6 ครั้ง) กว่าจะเห็นผลชัดเจน หลังทำอาจมีรอยแดง แสบ หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งจะหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ควรงดทำหากมีสิวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ หรือเพิ่งโดนแดดจัดๆ
4. Fractional RF
Fractional RF เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุส่งผ่านเข็มเล็กๆ ลงสู่ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับหลุมสิวทุกชนิด เจ็บน้อย และพักฟื้นไม่นาน อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยแล้วหายเอง วิธีนี้ได้ผลดีกับผิวคนเอเชีย ช่วยฟื้นฟูผิวได้ล้ำลึก และเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นน้อย แต่ผู้ที่มีผิวบางหรือโรคผิวหนังบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ และต้องดูแลผิวหลังทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วย
5. Chemical Peeling
การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือ Chemical Peeling เป็นวิธีช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ โดยใช้กรดที่มีความเข้มข้นต่างกัน 3 ระดับ ระดับตื้นจะช่วยให้หลุมสิวตื้นๆ อย่าง Icepick scars และ Rolling scars ดีขึ้น ลดรอยแดงรอยดำ ผิวเนียนนุ่มและรูขุมขนกระชับ ส่วนระดับกลางและลึกก็ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน แต่จะมีความเสี่ยงเรื่องรอยดำและรอยแผลเป็นมากขึ้น
6. Microneedling
Microneedling คือการใช้เข็มเล็กๆ เจาะผิวบริเวณหลุมสิว เพื่อกระตุ้นให้ผิวชั้นล่างสร้างคอลลาเจนมาเติมเต็ม ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น โดยแพทย์จะปรับความลึกของเข็มประมาณ 1.5 – 2 มิลลิเมตร ตามความลึกของหลุมสิว วิธีนี้เหมาะกับคนผิวเข้มเพราะไม่ทำให้เกิดรอยดำ นอกจากลดหลุมสิวแล้วยังช่วยเรื่องริ้วรอยและสีผิว แต่ผลข้างเคียงคือผิวอาจแสบ แดง และเสี่ยงติดเชื้อหากทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญคือยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทยให้ใช้รักษาหลุมสิวโดยตรง และไม่ควรทำเองที่บ้าน
7. การตัดพังผืด (Subcision)
การตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) เป็นวิธีรักษาหลุมสิวเก่าที่กระจายทั่วใบหน้า โดยใช้เข็มเล็กตัดพังผืดใต้ผิวหนัง เหมาะกับหลุมสิวแบบ Rolling scars และ Box scars หลังทำจะเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นทันที แต่เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นและลดลง ควรทำต่อเนื่อง 3 – 5 ครั้ง ทุก 3 – 6 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทั้งนี้ สามารถทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อผลลัพธ์ที่เร็วยิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเขียวได้ และหากดูแลแผลไม่ดีพอ อาจเกิดการติดเชื้อหรือมีรอยแผลใหม่จากการรักษาได้เช่นกัน
หน้าเป็นหลุมสิว รักษาด้วยสกินแคร์ได้ไหม?
บางคนสงสัย หน้าเป็นหลุมสิวใช้อะไรดี? แต่จริงๆ แล้ว การใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวหรือกระตุ้นคอลลาเจนเอง ไม่ได้ช่วยทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นขนาดนั้น อาจจะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่ก็ใช้เวลานานขึ้นเช่นกัน ทั้งยังอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก บางลง จนเกิดสิวเพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียวมักเหมาะกับหลุมสิวตื้นและควรใช้ควบคู่กับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์และการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยครีมกันแดด
การรักษาหลุมสิวให้ได้ผลดีจึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น เลเซอร์ คลื่นวิทยุ การแต้มกรด หรือการเซาะพังผืด เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะกับชนิดของหลุมสิว อาจใช้วิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ผิวเรียบเนียน
การดูแลตัวเองเมื่อหน้าเป็นหลุมสิว
หากมีปัญหาหน้าเป็นหลุมสิว แล้วต้องการฟื้นฟูให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดี และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ดังนี้
- ดูแลผิวไม่ให้อักเสบซ้ำ ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง ลดอาหารมันหวาน และอย่าลืมล้างเครื่องสำอางก่อนนอนทุกคืนด้วย
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล งดบีบ แคะ เกา หรือลูบบริเวณที่เป็นสิว
เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิว งดสกินแคร์ที่ผสมแอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำมัน ไวท์เทนนิ่ง และ - หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ช่วยปกปิดหลุมสิว
- หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่สกปรก ลดการสัมผัสมลภาวะ ฝุ่นละออง ควัน และสิ่งสกปรกต่างๆ
วิธีป้องกันไม่ให้หน้าเป็นหลุมสิว
เราได้รู้วิธีรักษาหน้าเป็นหลุมสิวกันไปแล้ว แต่ทางที่ดีคือไม่ทำให้หน้าเป็นหลุมสิวตั้งแต่แรก วิธีการที่ดีและเหมาะสมในการป้องกันไม่ให้หน้าเกิดหลุมสิวก็คือระวังไม่ให้เป็นสิวนั่นเอง หรือถ้าหากเป็นสิวแล้ว ก็ต้องรีบไปรักษาทันที เพื่อลดการอักเสบเรื้อรังในอนาคต เพราะยิ่งสิวอักเสบเม็ดใหญ่ขึ้น ทั้งยังเป็นไปนานๆ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดหลุมสิวมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น มาดูวิธีป้องกันไม่ให้หน้าเป็นหลุมสิวกัน!
- ห้ามแกะ บีบ หรือขัดถูสิวแรงๆ การกระทำเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำร้ายผิวลึกขึ้น แผลหายช้าลง และอาจเกิดพังผืดกลายเป็นหลุมสิวถาวรที่รักษายาก
- อย่าแกะสะเก็ดแผลสิว การแกะสะเก็ดจะรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าลง และอาจทิ้งรอยแผลเป็นได้
- รีบปรึกษาแพทย์เมื่อเป็นสิวรุนแรง โดยเฉพาะสิวเม็ดใหญ่และกระจายวงกว้าง ควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิวในอนาคต
รักษาหน้าเป็นหลุมสิวที่ไหนดี?
การรักษาหน้าเป็นหลุมสิวที่ปลอดภัยและได้ผล ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลวิธีการรักษาและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีเครื่องมือมาตรฐาน และแพทย์ผู้ชำนาญการสามารถประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณได้ โดยมีหลักควรพิจารณาก่อนทำ ดังนี้
- ตรวจสอบป้ายชื่อและใบอนุญาต คลินิกที่ได้มาตรฐานต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาลและแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลให้เห็นชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจในความถูกต้องตามกฎหมาย
- ความสะอาดและอุปกรณ์ คลินิกที่ดีควรสะอาด มีพื้นที่และห้องหัตถการที่กว้างขวาง พร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ที่ครบถ้วนและได้มาตรฐาน
- ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ควรเลือกคลินิกที่มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และใบประกอบวิชาชีพ โดยเฉพาะแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาสิว และหากมีแพทย์ประจำคลินิก สามารถขอดูผลงานเพื่อประกอบการตัดสินใจได้
รักษาหน้าเป็นหลุมสิว ที่ Better Me Clinic ดีกว่าอย่างไร?
- เน้นการออกแบบ 1:1 เคสต่อเคส ให้เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้แต่ละคน ด้วยเทคนิค Better Me Analysis Program
- เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย ทีมแพทย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส
- คลินิกเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน พร้อมนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
Better Me Club มีการบริการด้วยหัวใจหลังศัลยกรรม หรือทำหัตถการ ด้วยบริการให้คำแนะนำโดยแอดมินสายตรง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ - เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เพิ่มความมั่นใจและสวยที่สุดในราคาที่จับต้องได้
รีวิวก่อนและหลังรักษาหน้าเป็นหลุมสิว ที่ Better Me Clinic
ปัญหาหน้าเป็นหลุมสิวมีสาเหตุหลักมาจากการอักเสบของสิว ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ เมื่อสิวหายไป หากกระบวนการซ่อมแซมผิวไม่สมบูรณ์ หรือเกิดการอักเสบที่รุนแรง ร่างกายจะไม่สามารถสร้างคอลลาเจนมาทดแทนส่วนที่เสียหายได้เพียงพอ จึงเกิดเป็นรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวในที่สุด
ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวถาวรจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการแกะ บีบ หรือขัดถูสิวอย่างรุนแรง รวมถึงการแกะสะเก็ดแผล เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ ทำร้ายผิวในชั้นลึก ทำให้แผลหายช้าลง และอาจก่อให้เกิดพังผืดจนกลายเป็นหลุมสิวที่รักษายาก หากมีอาการสิวรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที เพื่อลดโอกาสการเกิดหลุมสิวในอนาคต
ด้วยประสบการณ์ด้านความงามกว่า 10 ปี ทีมแพทย์ Better Me Clinic จึงเน้นการออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (1:1) ด้วยเทคนิค Better Me Analysis Program เพื่อให้เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละท่าน พร้อมใส่ใจทุกเคสให้เจ็บและบวมช้ำน้อยที่สุด คลินิกของเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มาตรฐาน นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด สวยมั่นใจในราคาที่เข้าถึงได้ และยังมีบริการหลังการรักษาด้วยใจจาก Better Me Club พร้อมคำแนะนำและข้อเสนอพิเศษจากแอดมินโดยตรงด้วย
สุดท้ายเป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาหน้าเป็นหลุมสิว
หน้าเป็นหลุมสิว รักษาให้หายขาดได้ไหม?
ถึงปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาไหนที่รับประกันการหายขาดของหลุมสิวได้โดยสมบูรณ์ เป้าหมายของการรักษาจึงเน้นไปที่การทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น หลุมสิวตื้นและเต็มขึ้น ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการรักษาหลายแบบร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
รักษาหลุมสิวด้วยตัวเองได้ไหม?
ถ้าจะรักษาหน้าเป็นหลุมสิวใช้อะไรดี? สำหรับหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้มักต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายผิว
นานไหมกว่าหลุมสิวจะหายไป?
การรักษาหลุมสิวต้องใช้เวลานาน และจะไม่หายเองหากปล่อยไว้ โดยอาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 – 6 เดือน หรือนานเป็นปี แม้จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้วก็ตาม ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
วิตามินซีช่วยรักษาหลุมสิวได้ไหม?
หากสงสัยว่าหน้าเป็นหลุมสิวใช้อะไรดี? วิตามินซีแบบทาสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หลุมสิวได้บ้าง แต่หากใช้ควบคู่กับการทำ Microneedling จะเสริมให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้สกินแคร์กลุ่มวิตามินซีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้นอย่างชัดเจน